ทำไมต้อง ABC T-UP
เริ่มเขียนเมื่อ 12/12/2006
. . . วันนี้รู้สึกคันไม้คันมือ อยากจะเขียนเรื่องอะไรสักอย่างเพราะว่าวันนี้เป็นวันที่มีตัวเลขเดียวกับเลขเดือนคือวันที่ 12 และเดือน 12 ค่ะ วันที่มีเลขเดียวกันกับเลขเดือนจะมีเพียง 1 วันใน 1 เดือนเท่านั้น ดังนั้นจึงไม่ควรปล่อยให้วันพิเศษๆแบบนี้ผ่านไปเปล่าๆค่ะ
. . . มีเรื่องเล่านิดนึงก่อนเข้าเรื่องค่ะ คือว่าเจ้า ABC T-UP เป็นเรื่องที่ดิฉันหาคำตอบมาโดยตลอดว่าทำไมต้องมี ABC อยู่ข้างหน้า เพราะที่ได้รับการสั่งสอนมาว่า T-UP หรือกระบวนการ T-UP นี่มันคืออะไร แต่ไม่ยักจะรู้ว่า ABC คืออะไร ถามใครก็ไม่มีใครรู้ (ถามผิดคนน่ะค่ะ) บางคนก็มองว่าเป็นชื่อเรียกแทนตัวละครในกระบวนการไง A ก็คนนึง B ก็คนนึง C ก็อีกคนนึง เอ่อ.. ก็อยากจะเชื่ออยู่หรอกนะคะ แต่ว่าม่ายเอาหรอก เพราะถ้าเชื่อแบบนั้นวันหลังคงมี ก.ข.ค. T-UP แน่ๆเลย (ก.ข.ค. ย่อมาจาก ก้างขวางคอ) 555 แบบนี้เชื่อยากค่ะ
. . . ในที่สุดเมื่อสอบถามกันไปสอบถามกันมาด้วยความอยากรู้ในที่สุดก็ถึงบางอ้อจนได้ ที่แท้ก็คือเรื่องที่เราเรียนรู้กันมาแล้วในการทำธุรกิจเครือข่ายนั้นเอง

A-Attitude (ทัศนคติ หรือวิธีการคิด)วิธีการความคิดเป็นคำกลางๆ แต่เพื่อเตือนว่าให้คิดไปในเชิงบวกค่ะ มีคำกล่าวว่า "คิดบวก" ได้บวกบางครั้ง แต่..."คิดลบ" ได้ลบทุกครั้งไป จริงหรือไม่คะ เอาล่ะ หากเราต้องการความสำเร็จในงานอาชีพนี้ ความยากลำบากไม่ใช่วิธีการทำงานหรอกค่ะ แต่เป็นวิธีการคิด เพราะเรากำลังทำในสิ่งที่คนอื่นมักจะไม่เห็นด้วยเนื่องจากพวกเขา "ไม่เคยชิน" ต่อการที่ใครสักคนทำอะไรง่ายๆ แล้วได้อะไรเยอะๆ แต่คุ้นเคยกับการเหนื่อยยาก ใช้แรงกายแรงใจมากมายเพื่อให้ได้สิ่งที่ต้องการ ดังนั้นหากเราจะสำเร็จได้ในงานอาชีพนี้ต้องรู้จักคิดบวกให้มาก คิดลบให้น้อย รับฟังคำให้กำลังใจให้มากๆ รับฟังคำที่ทำให้เสียกำลังใจให้น้อยๆค่ะ ยกตัวอย่างวิธีคิดแง่บวกอย่างเช่น ไปชวนคน 1 คน แล้วเขาปฏิเสธ แทนที่จะคิดเป็นความล้มเหลว ก็คิดว่าเรารู้อะไรบ้างจากประสบการณ์ทำงานครั้งนี้ เมื่อคิดแบบนี้สมองเราก็จะทำงาน หาข้อมูลมาให้ ย่อมดีกว่าการไปท้อแท้แล้วสมองฝ่อไปเปล่าๆค่ะ

B-Belive (จงศรัทธา และเชื่อมั่น) คุณต้องมีความเชื่อเสียก่อนว่ามันจะเป็นไปได้ตามที่หวัง คุณต้องเชื่อเสียก่อนว่าธุรกิจนี้จะสามารถสร้างความสำเร็จให้คุณได้ คุณจะต้องเชื่อเสียก่อนว่ามันเป็นไปได้ไม่งั้นจิตใจของคุณจะไม่ยอมสั่งร่างกายของคุณไปทำให้มันเสียเวลา คุณคิดดูสิ คุณทำอะไรได้สำเร็จ 100% โดยที่คุณไม่อยากทำบ่อยมั๊ย แล้วแบบที่อยากทำแล้วทำได้สำเร็จล่ะบ่อยกว่ามั๊ย นั่นแหละเป็นคำตอบได้ดีค่ะ หากคุณไม่เชื่อมั่นแล้วละก้ออย่าทำเลยค่ะโอกาสแห่งความสำเร็จจบลงที่ตรงนี้เลย

วงจรหายนะสำหรับธุรกิจเครือข่าย
เริ่มเขียน 03/12/2006
. . . เป็นที่ทราบกันอยู่เป็นอย่างดีแล้วว่า วงจรธุรกิจ หรือ หน้าที่ที่เราต้องทำในธุรกิจเครือข่าย คืออะไร (หากใครยังไม่ทราบ ต้องติดต่อ Upline ด่วนเลยนะคะ เพราะท่านกำลังอยู่ในวงจรหายนะค่ะ) เมื่อมีวงจรธุรกิจแล้วทำไม่ได้ครบถ้วนตามนั้นแต่ยังตั้งใจพยายามทำธุรกิจอยู่ก็ขอยินดีกับคุณด้วยนะคะ เพราะคุณมีกำลังใจที่ดีมากๆ และคงประสบความสำเร็จตามความตั้งใจของคุณในเร็ววัน ขอเพียงแต่อย่าเข้าสู่วงจรหายนะก็แล้วกัน (อยากจะเรียกเป็นวงจรอุบาทว์!! ไม่ทราบว่าจะแรงไปไหมคะ) เพราะบอกได้เลยว่า หากคุณก้าวเข้าสู่วงจรนี้แล้วโดยไม่รู้ตัว และไม่พยายามหลีกให้พ้นละก็ ต่อให้คุณทำงานไปอีกนานแสนนาน ทุ่มเทชีวิตนี้ทั้งชีวิต คุณก็ไม่สามารถประสบความสำเร็จได้อย่างแน่นอน ฟันธง!!!
. . . เมื่อเราเริ่มต้นทำธุรกิจ สิ่งที่เราจะเป็นเหมือนๆกันทุกคนก็คือ มีความหวัง เห็นภาพความสำเร็จลอยมาใกล้ๆ เริ่มคิดถึงว่าจะไปบอกคนนั้น ไปชวนคนนี้ นึกไปต่างๆนานา ก่อนกลับบ้านก็มีความรู้สึกยินดี รู้สึกคุ้มค่า ที่ได้มาเจอธุรกิจที่ดีมากๆแบบนี้ ต่อจากนี้เราจะเลิกจนซักที พวกที่เคยดูถูกเหยียดหยามเราไว้จากนี้ไปมันจะต้องได้รับบทเรียน โอกาสของเรามาถึงแล้ว ฯลฯ คิดฝันไปต่างๆนานา แต่พอกลับไปถึงบ้าน ก็มานั่งนึกทบทวน ทวนไปทวนมา ก็เริ่มเกิดความไม่มั่นใจ จะเริ่มต้นตรงไหนดีหว่า จะชวนคนไหนดีหนอ ชวนแล้วมันจะเอากับเราไหม มันจะคิดว่าเราหลอกมันหรือเปล่า ฯลฯ มาถึงตรงนี้จะมีทางแยกค่ะ มีบางคน คิดไปคิดมาจนปวดหัวเลยเลิกคิดไปก่อนกะว่าค่อยกลับไปถาม Upline หรือบางคนก็เลิกคิดไปก่อน ไว้ว่างๆค่อยคิดใหม่ แต่มีบางคนลองชวนเพื่อน ชวนญาติ ด้วยวิธีการต่างๆนานา คือมี 2 แบบ 1.พักไว้ก่อน เดี๋ยวค่อยว่ากัน และ 2.ลองทำไปเลย กล่าวมาถึงตรงนี้คิดว่าคุณคงมองเห็นภาพตัวเองลางๆ แล้วใช่ไหมคะ ไม่ว่าทั้งสองแบบที่กล่าวมาจะคุณจะอยู่ในกลุ่มไหน ไม่มีอะไรถูกอะไรผิดหรอกค่ะและตรงนี้ก็ไม่ใช่หนทางสู่วงจรหายนะด้วย เราต้องเดินต่อไปอีกหน่อยค่ะเพราะไม่ว่าคุณจะเลือกแบบที่ 1 หรือแบบที่ 2 ก็ตามสุดท้ายคุณก็ค้องแนะนำธุรกิจให้ใครสักคนอยู่ดีไม่ว่าจะตามคำแนะนำของ Upline หรือไม่ก็ตาม
. . . เมื่อคุณกำลังจะเริ่มแนะนำธุรกิจ สิ่งที่คุณต้องตระหนักไว้เลยก็คือ

ความเป็นจริง 5 ประการในโลกธุรกิจเครือข่าย
1. จะมีคนเห็นด้วยกับคุณ น้อยมาก
2. จะมีคนเห็นว่าเป็นเรื่องหลอกลวง ต้มตุ๋น สร้างภาพ เยอะมาก
3. จะมีคนตั้งข้อสังเกตว่าคุณไม่เหมาะกับงานอาชีพนี้ แน่นอน (โดยเฉพาะคนใกล้ชิด)
4. จะมีบางคนที่ แม้เขาเห็นด้วยกับคุณ,มองว่าไม่ใช่เรื่องหลอกลวง และคิดว่าคุณเหมาะกับงานนี้ แต่เขาก็ยังไม่มั่นใจว่าเขาเองจะทำได้
5. จะมีบางคนที่ เข้าใจทุกอย่าง มั่นใจว่าทำแล้วจะสำเร็จ แต่ทว่า แม้เขาอยากจะทำใจจะขาด ก็ยังประวิงเวลา หรือยังไม่อยากทำกับคุณ
ดังนั้งจึงเป็นเรื่องปกติที่เมื่อแนะนำธุรกิจแล้วเขาตกลงทำธุรกิจกับคุณคือ 1:10 หมายถึงคุณจะต้องเชิญคน 10 คนจึงได้คนที่สมัครและทำงานกับคุณ 1 คน (เหนื่อยไหมคะ แต่มีวิธีการที่ทำให้อัตราการเชิญกับความสำเร็จมีตัวเลขสวยกว่านี้เหมือนกันนะคะ ไว้วันหลังจะมาเล่าถึงเคล็ดลับการทำงานของเขาให้ฟังค่ะ)


. . . เป็นอย่างไรกันบ้างคะ กดดันมากไปไหมกับความเป็นจริงทั้ง 5 ข้อนี้ มีใครไม่เห็นด้วยในข้อไหนหรือเปล่าคะ เบอยากให้ Downline ทุกคนจดจำเรื่องนี้ให้ขึ้นใจ แล้วคุณจะไม่หลุดเข้าสู่วงจรหายนะค่ะเพราะทางเข้าของวงจรหายนะอยู่ถัดจากตรงนี้ไปนิดเดียวค่ะเอาล่ะเรามาดูกันต่อนะคะ . . . อย่างที่บอกแล้วนั่นแหละค่ะ เมื่อคุณเริ่มต้นแนะนำธุรกิจ สิ่งที่เกิดเป็นปกติก็คือ ผิดหวัง หลาดหวัง ไม่สมหวัง ล้มเหลว แม้จะเชิญมาให้ Upline คุยให้ก็จะถูกเบี้ยวนัด นัดแล้วไม่มา ปิดโทรศัทพ์หนี ติดธุระ ฯลฯ "สิ่งเหล่านี้หากรู้ไม่เท่าทันก็จะทำให้คุณรู้สึก---> ท้อแท้ ---> สิ้นหวัง ---> ฝังใจ" และความรู้สึกท้อแท้สิ้นหวังนี้เป็นความทุกข์ เป็นสิ่งที่ไม่มีใครชอบ "จิตใจ" ของเราจึงออกมาปฏิเสธพฤติกรรมที่จะทำให้เกิดอารมณ์นั้น โดยทำให้เราประหม่า ตื่นกลัว ไม่มั่นใจในการที่จะแนะนำธุรกิจกับใตร เมื่อไม่มั่นใจอยู่แล้วพอไปแนะนำคนใหม่ ก็พลาดอีกตามกฏความเป็นจริงทั้ง 5 ข้อที่เราพูดถึงก็เลยทำให้ยิ่งบ่มเพาะความรู้สึกไม่สำเร็จลึกลงไปในจิตใจมากขึ้นเรื่อยๆ จนในที่สุดก็จะเริ่ม "ทำงานน้อยลง แนะนำน้อยลง" ก็เลย "ขาดประสบการณ์" เมื่อขาดประสบการณ์ ก็ทำให้ "ขาดความสำเร็จ" และเมื่อไม่สำเร็จก็เลย "ไม่มั่นใจ" เมื่อไม่มั่นใจก็เลยไม่กล้าแนะนำใคร หรือแนะนำน้อยลง ก็เลยทำให้ "ขาดประสบการณ์" เห็นหรือยังคะว่ามันจะวนเข้าไปเรื่อยๆเป็นปัญหาที่สร้างและสรุปในตัวมันเองแล้วล่ะคะ ใครที่เข้าสู่วงจรหายนะนี้ในที่สุดแม้จะยังมั่นใจในธุรกิจ มั่นใจในผลิตภัณฑ์ที่มีคุณประโยชน์ และแม้จะมั่นใจว่าบริษัทฯมีสุดยอดแผนการตลาด และจ่ายโบนัสมหาศาลให้ท่านได้จริงๆ แต่ก็จะไม่โอกาสประสบความสำเร็จ เพราะมัววนเวียนอยู่กับปัญหาจนไม่ได้ทำงานนั่นเอง

. . . การหนีให้ห่าง "วงจรหายนะ" โดยต้องรู้เท่าทันความเป็นจริงในธุรกิจทั้ง 5 ประการ และต้องขยันหมั่นทำ "วงจรธุรกิจ" ของคุณให้ครบถ้วนอยู่อย่างสม่ำเสมอ จึงจะเป็นหนทางก้าวสู่ความสำเร็จอย่างแท้จริง ขออวยพรให้ทุกท่านที่อ่านมาถึงตรงนี้ประสบความสำเร็จในเร็ววันค่ะ สวัสดีค่ะ

"การกระทำที่ไม่มีแผนอาจล้มเหลว แต่แผนที่ไม่มีการกระทำย่อมไม่มีประโยชน์"