ทำไมต้อง ABC T-UP
เริ่มเขียนเมื่อ 12/12/2006
. . . วันนี้รู้สึกคันไม้คันมือ อยากจะเขียนเรื่องอะไรสักอย่างเพราะว่าวันนี้เป็นวันที่มีตัวเลขเดียวกับเลขเดือนคือวันที่ 12 และเดือน 12 ค่ะ วันที่มีเลขเดียวกันกับเลขเดือนจะมีเพียง 1 วันใน 1 เดือนเท่านั้น ดังนั้นจึงไม่ควรปล่อยให้วันพิเศษๆแบบนี้ผ่านไปเปล่าๆค่ะ
. . . มีเรื่องเล่านิดนึงก่อนเข้าเรื่องค่ะ คือว่าเจ้า ABC T-UP เป็นเรื่องที่ดิฉันหาคำตอบมาโดยตลอดว่าทำไมต้องมี ABC อยู่ข้างหน้า เพราะที่ได้รับการสั่งสอนมาว่า T-UP หรือกระบวนการ T-UP นี่มันคืออะไร แต่ไม่ยักจะรู้ว่า ABC คืออะไร ถามใครก็ไม่มีใครรู้ (ถามผิดคนน่ะค่ะ) บางคนก็มองว่าเป็นชื่อเรียกแทนตัวละครในกระบวนการไง A ก็คนนึง B ก็คนนึง C ก็อีกคนนึง เอ่อ.. ก็อยากจะเชื่ออยู่หรอกนะคะ แต่ว่าม่ายเอาหรอก เพราะถ้าเชื่อแบบนั้นวันหลังคงมี ก.ข.ค. T-UP แน่ๆเลย (ก.ข.ค. ย่อมาจาก ก้างขวางคอ) 555 แบบนี้เชื่อยากค่ะ
. . . ในที่สุดเมื่อสอบถามกันไปสอบถามกันมาด้วยความอยากรู้ในที่สุดก็ถึงบางอ้อจนได้ ที่แท้ก็คือเรื่องที่เราเรียนรู้กันมาแล้วในการทำธุรกิจเครือข่ายนั้นเอง

A-Attitude (ทัศนคติ หรือวิธีการคิด)วิธีการความคิดเป็นคำกลางๆ แต่เพื่อเตือนว่าให้คิดไปในเชิงบวกค่ะ มีคำกล่าวว่า "คิดบวก" ได้บวกบางครั้ง แต่..."คิดลบ" ได้ลบทุกครั้งไป จริงหรือไม่คะ เอาล่ะ หากเราต้องการความสำเร็จในงานอาชีพนี้ ความยากลำบากไม่ใช่วิธีการทำงานหรอกค่ะ แต่เป็นวิธีการคิด เพราะเรากำลังทำในสิ่งที่คนอื่นมักจะไม่เห็นด้วยเนื่องจากพวกเขา "ไม่เคยชิน" ต่อการที่ใครสักคนทำอะไรง่ายๆ แล้วได้อะไรเยอะๆ แต่คุ้นเคยกับการเหนื่อยยาก ใช้แรงกายแรงใจมากมายเพื่อให้ได้สิ่งที่ต้องการ ดังนั้นหากเราจะสำเร็จได้ในงานอาชีพนี้ต้องรู้จักคิดบวกให้มาก คิดลบให้น้อย รับฟังคำให้กำลังใจให้มากๆ รับฟังคำที่ทำให้เสียกำลังใจให้น้อยๆค่ะ ยกตัวอย่างวิธีคิดแง่บวกอย่างเช่น ไปชวนคน 1 คน แล้วเขาปฏิเสธ แทนที่จะคิดเป็นความล้มเหลว ก็คิดว่าเรารู้อะไรบ้างจากประสบการณ์ทำงานครั้งนี้ เมื่อคิดแบบนี้สมองเราก็จะทำงาน หาข้อมูลมาให้ ย่อมดีกว่าการไปท้อแท้แล้วสมองฝ่อไปเปล่าๆค่ะ

B-Belive (จงศรัทธา และเชื่อมั่น) คุณต้องมีความเชื่อเสียก่อนว่ามันจะเป็นไปได้ตามที่หวัง คุณต้องเชื่อเสียก่อนว่าธุรกิจนี้จะสามารถสร้างความสำเร็จให้คุณได้ คุณจะต้องเชื่อเสียก่อนว่ามันเป็นไปได้ไม่งั้นจิตใจของคุณจะไม่ยอมสั่งร่างกายของคุณไปทำให้มันเสียเวลา คุณคิดดูสิ คุณทำอะไรได้สำเร็จ 100% โดยที่คุณไม่อยากทำบ่อยมั๊ย แล้วแบบที่อยากทำแล้วทำได้สำเร็จล่ะบ่อยกว่ามั๊ย นั่นแหละเป็นคำตอบได้ดีค่ะ หากคุณไม่เชื่อมั่นแล้วละก้ออย่าทำเลยค่ะโอกาสแห่งความสำเร็จจบลงที่ตรงนี้เลย

วงจรหายนะสำหรับธุรกิจเครือข่าย
เริ่มเขียน 03/12/2006
. . . เป็นที่ทราบกันอยู่เป็นอย่างดีแล้วว่า วงจรธุรกิจ หรือ หน้าที่ที่เราต้องทำในธุรกิจเครือข่าย คืออะไร (หากใครยังไม่ทราบ ต้องติดต่อ Upline ด่วนเลยนะคะ เพราะท่านกำลังอยู่ในวงจรหายนะค่ะ) เมื่อมีวงจรธุรกิจแล้วทำไม่ได้ครบถ้วนตามนั้นแต่ยังตั้งใจพยายามทำธุรกิจอยู่ก็ขอยินดีกับคุณด้วยนะคะ เพราะคุณมีกำลังใจที่ดีมากๆ และคงประสบความสำเร็จตามความตั้งใจของคุณในเร็ววัน ขอเพียงแต่อย่าเข้าสู่วงจรหายนะก็แล้วกัน (อยากจะเรียกเป็นวงจรอุบาทว์!! ไม่ทราบว่าจะแรงไปไหมคะ) เพราะบอกได้เลยว่า หากคุณก้าวเข้าสู่วงจรนี้แล้วโดยไม่รู้ตัว และไม่พยายามหลีกให้พ้นละก็ ต่อให้คุณทำงานไปอีกนานแสนนาน ทุ่มเทชีวิตนี้ทั้งชีวิต คุณก็ไม่สามารถประสบความสำเร็จได้อย่างแน่นอน ฟันธง!!!
. . . เมื่อเราเริ่มต้นทำธุรกิจ สิ่งที่เราจะเป็นเหมือนๆกันทุกคนก็คือ มีความหวัง เห็นภาพความสำเร็จลอยมาใกล้ๆ เริ่มคิดถึงว่าจะไปบอกคนนั้น ไปชวนคนนี้ นึกไปต่างๆนานา ก่อนกลับบ้านก็มีความรู้สึกยินดี รู้สึกคุ้มค่า ที่ได้มาเจอธุรกิจที่ดีมากๆแบบนี้ ต่อจากนี้เราจะเลิกจนซักที พวกที่เคยดูถูกเหยียดหยามเราไว้จากนี้ไปมันจะต้องได้รับบทเรียน โอกาสของเรามาถึงแล้ว ฯลฯ คิดฝันไปต่างๆนานา แต่พอกลับไปถึงบ้าน ก็มานั่งนึกทบทวน ทวนไปทวนมา ก็เริ่มเกิดความไม่มั่นใจ จะเริ่มต้นตรงไหนดีหว่า จะชวนคนไหนดีหนอ ชวนแล้วมันจะเอากับเราไหม มันจะคิดว่าเราหลอกมันหรือเปล่า ฯลฯ มาถึงตรงนี้จะมีทางแยกค่ะ มีบางคน คิดไปคิดมาจนปวดหัวเลยเลิกคิดไปก่อนกะว่าค่อยกลับไปถาม Upline หรือบางคนก็เลิกคิดไปก่อน ไว้ว่างๆค่อยคิดใหม่ แต่มีบางคนลองชวนเพื่อน ชวนญาติ ด้วยวิธีการต่างๆนานา คือมี 2 แบบ 1.พักไว้ก่อน เดี๋ยวค่อยว่ากัน และ 2.ลองทำไปเลย กล่าวมาถึงตรงนี้คิดว่าคุณคงมองเห็นภาพตัวเองลางๆ แล้วใช่ไหมคะ ไม่ว่าทั้งสองแบบที่กล่าวมาจะคุณจะอยู่ในกลุ่มไหน ไม่มีอะไรถูกอะไรผิดหรอกค่ะและตรงนี้ก็ไม่ใช่หนทางสู่วงจรหายนะด้วย เราต้องเดินต่อไปอีกหน่อยค่ะเพราะไม่ว่าคุณจะเลือกแบบที่ 1 หรือแบบที่ 2 ก็ตามสุดท้ายคุณก็ค้องแนะนำธุรกิจให้ใครสักคนอยู่ดีไม่ว่าจะตามคำแนะนำของ Upline หรือไม่ก็ตาม
. . . เมื่อคุณกำลังจะเริ่มแนะนำธุรกิจ สิ่งที่คุณต้องตระหนักไว้เลยก็คือ

ความเป็นจริง 5 ประการในโลกธุรกิจเครือข่าย
1. จะมีคนเห็นด้วยกับคุณ น้อยมาก
2. จะมีคนเห็นว่าเป็นเรื่องหลอกลวง ต้มตุ๋น สร้างภาพ เยอะมาก
3. จะมีคนตั้งข้อสังเกตว่าคุณไม่เหมาะกับงานอาชีพนี้ แน่นอน (โดยเฉพาะคนใกล้ชิด)
4. จะมีบางคนที่ แม้เขาเห็นด้วยกับคุณ,มองว่าไม่ใช่เรื่องหลอกลวง และคิดว่าคุณเหมาะกับงานนี้ แต่เขาก็ยังไม่มั่นใจว่าเขาเองจะทำได้
5. จะมีบางคนที่ เข้าใจทุกอย่าง มั่นใจว่าทำแล้วจะสำเร็จ แต่ทว่า แม้เขาอยากจะทำใจจะขาด ก็ยังประวิงเวลา หรือยังไม่อยากทำกับคุณ
ดังนั้งจึงเป็นเรื่องปกติที่เมื่อแนะนำธุรกิจแล้วเขาตกลงทำธุรกิจกับคุณคือ 1:10 หมายถึงคุณจะต้องเชิญคน 10 คนจึงได้คนที่สมัครและทำงานกับคุณ 1 คน (เหนื่อยไหมคะ แต่มีวิธีการที่ทำให้อัตราการเชิญกับความสำเร็จมีตัวเลขสวยกว่านี้เหมือนกันนะคะ ไว้วันหลังจะมาเล่าถึงเคล็ดลับการทำงานของเขาให้ฟังค่ะ)


. . . เป็นอย่างไรกันบ้างคะ กดดันมากไปไหมกับความเป็นจริงทั้ง 5 ข้อนี้ มีใครไม่เห็นด้วยในข้อไหนหรือเปล่าคะ เบอยากให้ Downline ทุกคนจดจำเรื่องนี้ให้ขึ้นใจ แล้วคุณจะไม่หลุดเข้าสู่วงจรหายนะค่ะเพราะทางเข้าของวงจรหายนะอยู่ถัดจากตรงนี้ไปนิดเดียวค่ะเอาล่ะเรามาดูกันต่อนะคะ . . . อย่างที่บอกแล้วนั่นแหละค่ะ เมื่อคุณเริ่มต้นแนะนำธุรกิจ สิ่งที่เกิดเป็นปกติก็คือ ผิดหวัง หลาดหวัง ไม่สมหวัง ล้มเหลว แม้จะเชิญมาให้ Upline คุยให้ก็จะถูกเบี้ยวนัด นัดแล้วไม่มา ปิดโทรศัทพ์หนี ติดธุระ ฯลฯ "สิ่งเหล่านี้หากรู้ไม่เท่าทันก็จะทำให้คุณรู้สึก---> ท้อแท้ ---> สิ้นหวัง ---> ฝังใจ" และความรู้สึกท้อแท้สิ้นหวังนี้เป็นความทุกข์ เป็นสิ่งที่ไม่มีใครชอบ "จิตใจ" ของเราจึงออกมาปฏิเสธพฤติกรรมที่จะทำให้เกิดอารมณ์นั้น โดยทำให้เราประหม่า ตื่นกลัว ไม่มั่นใจในการที่จะแนะนำธุรกิจกับใตร เมื่อไม่มั่นใจอยู่แล้วพอไปแนะนำคนใหม่ ก็พลาดอีกตามกฏความเป็นจริงทั้ง 5 ข้อที่เราพูดถึงก็เลยทำให้ยิ่งบ่มเพาะความรู้สึกไม่สำเร็จลึกลงไปในจิตใจมากขึ้นเรื่อยๆ จนในที่สุดก็จะเริ่ม "ทำงานน้อยลง แนะนำน้อยลง" ก็เลย "ขาดประสบการณ์" เมื่อขาดประสบการณ์ ก็ทำให้ "ขาดความสำเร็จ" และเมื่อไม่สำเร็จก็เลย "ไม่มั่นใจ" เมื่อไม่มั่นใจก็เลยไม่กล้าแนะนำใคร หรือแนะนำน้อยลง ก็เลยทำให้ "ขาดประสบการณ์" เห็นหรือยังคะว่ามันจะวนเข้าไปเรื่อยๆเป็นปัญหาที่สร้างและสรุปในตัวมันเองแล้วล่ะคะ ใครที่เข้าสู่วงจรหายนะนี้ในที่สุดแม้จะยังมั่นใจในธุรกิจ มั่นใจในผลิตภัณฑ์ที่มีคุณประโยชน์ และแม้จะมั่นใจว่าบริษัทฯมีสุดยอดแผนการตลาด และจ่ายโบนัสมหาศาลให้ท่านได้จริงๆ แต่ก็จะไม่โอกาสประสบความสำเร็จ เพราะมัววนเวียนอยู่กับปัญหาจนไม่ได้ทำงานนั่นเอง

. . . การหนีให้ห่าง "วงจรหายนะ" โดยต้องรู้เท่าทันความเป็นจริงในธุรกิจทั้ง 5 ประการ และต้องขยันหมั่นทำ "วงจรธุรกิจ" ของคุณให้ครบถ้วนอยู่อย่างสม่ำเสมอ จึงจะเป็นหนทางก้าวสู่ความสำเร็จอย่างแท้จริง ขออวยพรให้ทุกท่านที่อ่านมาถึงตรงนี้ประสบความสำเร็จในเร็ววันค่ะ สวัสดีค่ะ

"การกระทำที่ไม่มีแผนอาจล้มเหลว แต่แผนที่ไม่มีการกระทำย่อมไม่มีประโยชน์"

เบื่อ...ชีวิตมนุษย์เงินเดือน
เริ่มเขียน 28/11/2006

. . . รู้จักมนุษย์เงินเดือนไหมคะ มนุษย์เงินเดือน อาจฟังดูไม่คุ้นหูสำหรับบางท่าน แต่เป็นคำที่ค่อนข้างตรงไปตรงมา และเข้าใจได้ง่ายเพราะมีความหมายตรงไปตรงมา มนุษย์เงินเดือน หมายถึง ทุกๆคนที่ทำงานเพื่อเงินเดือนจะออกมาตอนสิ้นเดือน เป้าหมายในแต่ละวันคือทำตามหน้าที่ที่หน่วยงานมอบหมายให้ ซึ่งก็จะมีความเสี่ยง ความเหนื่อยหนัก หรือความรับผิดชอบแตกต่างกันไปตามเงินที่ว่าจ้าง จ้างแพงๆก็ต้องใช้ให้คุ้มจริงไหมคะ การเป็นมนุษย์เงินเดือนไม่ใช่เรื่องผิดปรกติ และใครๆก็ทำกัน เพียงแต่ว่าหากมีโอกาสอยากลองเป็นมนุษย์เงินดีดูบ้างไหมคะ ถ้างานที่ท่านทำอยู่ก็ยังทำได้ต่อไป แล้วท่านสามารถมีรายได้เพิ่มเพื่อก้าวเข้าสู่เป้าหมายในชีวิตได้เร็วขึ้น เกษียญอายุการทำงานได้เร็วขึ้นกว่าเดิมสัก 10-20 ปีจะดีไหมคะ หากสนใจเบยินดีให้คำแนะนำค่ะ

. . . ต่อไปนี้เป็นส่วนหนึ่งของคำจำกัดความมนุษย์เงินเดือนที่เอามาให้อ่านกันเล่นๆ หวังว่าคงสร้างแรงกระตุ้นให้ใครๆอยากเป็นมนุษย์เงินดีกันบ้างนะคะ หากใครอ่านแล้วสะเทือนใจมากเกินไปก็ขออภัยในความไม่สนุกมา ณ ที่นี้ด้วยนะคะ

ชีวิคมนุษย์เงินเดือน
ทำงานเร็วก็หาว่าล้ำหน้า
ทำงานช้าก็หาว่าอืดอาด
ดูเหมือนโง่ก็ถูกตวาด
ดูเหมือนฉลาดก็ถูกระแวง
ทำไว้ก่อนก็บอกว่าไม่ได้สั่ง
รอทำทีหลังก็ว่าไม่รู้จักคิด
นี่หละชีวิด มนุษย์เงินเดือน

ดัดแปลงจากข้อความของ คุณพงษ์กานต์ แสงฟ้า

ความแตกต่างระหว่าง ฉัน กับเจ้านาย
เมื่อฉันยังไม่ได้เริ่มทำงาน ฉันคือคนเกียจคร้าน
เมื่อนายยังไม่เริ่มทำงาน เขามีธุระ
เมื่องานของฉันต้องใช้เวลา ฉันกลายเป็นคนเฉื่อยช้า
เมื่อเจ้านายทำงานช้า เขาเป็นผู้ละเอียดรอบคอบ
เมื่อฉันทำงานที่ไม่ได้รับคำสั่ง ฉันก้าวก่ายเกินหน้าที่
เมื่อเจ้านายทำบ้าง มันกลายเป็นความคิดริเริ่ม
เมื่อฉันยืนหยัดคัดค้าน ฉันกลายเป็นไอ้งั่ง
เมื่อเจ้านายเถียง เขากำลังเป็นผู้เข้มแข็ง
เมื่อฉันไม่ระวังมารยาท ฉันคือคนหยาบคาย
เมื่อเจ้านายไร้มารยาท มันคือบุคคลิกของเขา
เมื่อฉันเอาใจผู้ใหญ่ ฉันกลายเป็นตลกบริโภค
เมื่อเจ้านายเลียผู้ใหญ่ นั่นคือการมีมนุษย์สัมพันธ์
เมื่อฉันทำงานก้าวหน้า มักถูกเพื่อนว่าล้ำเส้น
เมื่อเจ้านายทำงานเอาหน้า ถือว่าเป็นความพากเพียร
เมื่อฉันทำงานพลาด ฉันคือคนสะเพร่า
เมื่อเจ้านายทำผิด เขาถือเป็นประสบการณ์
เมื่อฉันลืมบางสิ่ง ฉันเป็นผู้ละทิ้งหน้าที่
เมื่อเจ้านายเผลอเรอ ต้องทำใจว่าเขามีงานล้นมือ
เมื่อฉันลาจากโลกนี้ไป หมดเวร หมดกรรม
เมื่อเจ้านายลาจากไป สิ้นบุญ บารมี

โดย มังกรสีเงิน (นามแฝง)

การรักษาความสัมพันธ์ขององค์กรด้วย SMS
เริ่มเขียนเมื่อ 31/10/2006

. . . การส่ง SMS ให้ทีมงานเป็นทั้งการบอกให้ทีมงานรับรู้ถึงความหวังดีของ Upline บางครั้งก็เป็นการให้กำลังใจ และบางครั้งก็ให้แง่คิดได้ด้วย เราจะพบเห็นอยู่บ่อยๆว่า กับเพื่อนๆเราบางคนปกติคุยกันอยู่บ่อยๆในสมัยเรียน พอขาดการติดต่อกันไป มาเจอกันอีกทีกลับไม่รู้จะคุยอะไรกัน เพราะความเหินห่างทั้งๆที่จริงๆน่าจะมีเรื่องคุยกันเยอะเพราะไม่ได้คุยกันนานๆจึงทำให้ไม่ต่อเนื่องนั่นเอง การโทรหากันได้พูดคุยกันนั้นนับเป็นเรื่องที่ดีที่สุด แต่ในบางครั้งก็ใช้เวลามากเกินไปจนทำให้หมดเปลืองทั้งเวลาและค่าใช้จ่าย นอกจากนี้ยังอาจคุยกันนานจนจับประเด็นจุดมุ่งหมายในการโทรแต่ละครั้งไม่ได้ จึงทำให้ทีมงานส่งต่อไปถึง Downline ใต้องค์กรได้ข่าวสารไม่ครบถ้วน ดังนั้นการส่ง SMS หากันจึงเป็นการทำงานที่กระชับรวดเร็วได้ใจความและทำซ้ำได้ทันที

. . . แต่ก็อีกแหละค่ะมีข้อดีก็มีข้อเสีย เนื่องจากการส่งผ่านเว็บไซต์นั้น 1 ข้อความถูกกำหนดว่าส่งได้เพียง 70 ตัวอักษรต่อครั้ง ดังนั้นการส่ง SMS บางครั้งก็ต้องใช้เทคนิคหรือทักษะในการเลือกตัดข้อความบางข้อความออกด้วยเหมือนกันค่ะ ข้อความข้างล่างนี้เป็น SMS ที่เคยส่งให้ทีมงานไปบ้างแล้ว และยังคงใช้อยู่อย่างได้ผล เบจะพยายามรวบรวมมาไว้ให้ได้มากที่สุด ทั้งจากหนังสือ และที่ร้อยเรียงขึ้นมาเองจากประสบการณ์ นอกจากนี้ยังจัดหมวดหมู่เอาไว้ด้วยค่ะ (เนื่องจากบางข้อความสามารถจัดเข้าได้หลายหมวดหมู่ก็คงต้องจัดเข้าหมวดใดหมวดหนึ่งตามน้ำหนักที่โน้มเอียงไปทางไหนมากกว่ากันนั่นเองค่ะ) ข้อความเหล่านี้หากคุณจะลองนำไปใช้ดูก็เชิญได้เลยค่ะ และหากจะช่วยกันเพิ่มเข้ามาก็ยินดีนะคะ ส่งมาที่ email : easy2work@gmail.com ได้เลย สำหรับข้อความที่ส่งเข้ามาโดยใคร เบจะลงชื่อผู้แนะนำข้อความนั้นๆไว้ด้านหลังให้ค่ะ

ให้แง่คิด
- ปัญหาและอุปสรรค ไม่ต่างกับบันได 1 ขั้น ถ้าผ่านไปได้ก็สูงขึ้นอีก 1 ขั้นเสมอ
- It's Fishing Where The Fish Are. จงเลือกตกปลาในที่ที่มีปลา
แนวกระตุ้นเตือนสติ
- ปัญหาและอุปสรรคมักจะไปกองอยู่กับคนโง่ เพราะคนที่ฉลาดจะเดินผ่านมันไป
- การหยุดอยู่ทั้งๆที่ล้มเหลว แย่ยิ่งกว่าความล้มเหลว
- ถ้าแคร์คำพูดแย่ๆ ก็เท่ากับแพ้ใจตัวเอง

หัวข้อนี้คงจะมีข้อความที่ส่ง SMS ให้ทีมงานซึ่งจะมีมาเพิ่มเรื่อยๆ ทำให้หัวข้อนี้น่าจะเป็นอีกหัวข้อเริ่องที่มีการ Update บ่อยๆค่ะ

BASIC ยังไม่แน่นหรือเปล่าคะ?

. . . ในบทบาทที่ดิฉันเป็นผู้บริหารทีมงานนั้น หลายต่อหลายครั้งที่ดิฉันพบว่าทีมงานไม่ประสบความสำเร็จตามที่ตั้งใจไว้ ก็เลยลองตามล่าหาความจริงดู บางครั้งเป็นเพราะพวกเขามุ่งมั่นทำงานเพื่อบรรลุเป้าหมาย ไฟแรงอย่างมาก แต่มือใหม่ๆย่อมขาดแนวทางที่ถูกต้องก็เลยพลาดท่าเสียทีโดนคำถามคำโต้แย้งสารพัด แล้วก็กลับมาหลบอยู่เงียบๆคนเดียว (ไม่ยอมติดต่อหาใครแม้กระทั่งผู้แนะนำ) และคิดไปเองว่า "หมดสิ้นแล้วโอกาสประสบความสำเร็จในชีวิตของตู" และแม้บางครั้งเราพบว่าได้ให้แนวทางไปถูกต้องแล้ว และเขาเข้าใจถูกต้องดีแล้ว เขาก็ออกไปทำงานเริ่มต้นก็ทำได้ดีทีเดียวค่ะ เรียกว่า "มาถูกทางตั้งแต่ต้นแล้วล่ะค่ะ แต่มาตกม้าตายเอาตอนสุดท้ายอย่างไม่เป็นท่า" น่าเสียดายมากๆ ทำให้ต้องมาคิดใหม่ว่า "มันเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นเพราะอะไร?"

. . . บทสรุปของเรื่องก็คือ "สิ่งที่พวกเขาขาดนั้นคือ BASIC ค่ะ ขาดพื้นฐานแค่นั้นเองนอกนั้นเก่งกันหมด" บางคนคิดว่าขาดแค่เบสิก หรือ พื้นฐาน เนี่ยมันจะเสียหายอะไรสักขนาดไหนกัน ก็ลองติดตามอ่านดูนะคะ เบสิก นั้นในมุมมองของดิฉันแล้วสำคัญมากๆ พูดถึงเบสิก หรือพื้นฐานแล้วฟังง่ายๆ และดูเหมือนว่าพูดแค่นี้แล้วทุกคนจะเข้าใจขึ้นมาทันที "อ๋อ...ให้ฉันกลับไปนับหนึ่งใหม่นั่นเอง" ทุกคนเข้าใจแบบนี้กันหมด อาจเป็นเพราะเคยได้ยินมาว่า "แบคทูเบสิก (BACK TO BASIC)" แต่ก็ไม่สามารถจะแสดงออกมาให้โลกรับรู้ได้ว่าจะต้องทำอย่างไรจึงจะกลับไปที่เบสิกได้จริงๆ หลายๆคนจึงมีอาการฟังจบแล้วทำสีหน้าเหมือนรับรู้ แต่พอเอาเข้าจริงๆ ก็กลับไปทำแบบเดิมๆอีกจนได้

. . . ถ้าเป็นอย่างนั้นเรามาลองให้ความหมายของ BASIC ในแบบฉบับของดิฉันดูไหมคะ คำว่า BASIC ที่เราทราบความหมายกันดีอยู่แล้วนั้น ประกอบไปด้วยตัวอักษร 5 ตัวที่มีความหมายเฉพาะตัว ดังนี้ค่ะ...

B - Beginner : คำนี้แปลเป็นไทยว่า "มือใหม่" (หัดขับ) คุณต้องคิด พูด และทำอย่างมือใหม่ เด็กๆทำอะไรพลาดไม่ใช่เรื่องผิด เป็นเรื่องของการหาประสบการณ์เท่านั้น และที่คุณสมบัติดีๆ สำคัญๆ ที่มือเก่าๆมักจะหมดไปแล้ว คือ มุ่งมั่น , ไฟแรง , มุมานะ , เพียรพยายาม , ชอบศึกษาหาความรู้ , อยากลอง , เชื่อฟังที่ผู้ใหญ่ (ผู้บริหารทีม) บอก ฯลฯ คุณสมบัติดีๆทั้งทั้น ใช้ให้เกิดประโยชน์สิคะ

A - Attitude
S - Skill
I - Intelligance
C - Controlable/Commitment/Continuable

เนื้อหายังไม่จบนะคะ วันหลังจะมาเล่าต่อค่ะ

ชัยชนะมักจะเป็นของคนที่เข้มแข็ง

บนเส้นทางก้าวเข้าสู่ความสำเร็จนั้นมีอุปสรรคมากมายหลายประการให้ ต้องต่อสู้ ต้องฝ่าฟัน ดังนั้น จิตใจต้องมั่นคง อาจจะมีหลายครั้งที่ใจเราท้อ แต่.... "ถ้าเราท้อแต่ไม่ท้อถอย เดินต่อไปในทิศทางที่ถูกต้อง เราก็จะก้าวเข้าไปใกล้ความสำเร็จทีละเล็ก ทีละน้อยทุกๆวัน ในที่สุดก็จะไปถึงเป้าหมาย" ย้อนมาดูทีมของเราสิคะ ผู้นำในทีมของเราต่างเก่งกล้า และต่างก็มีความตั้งใจศึกษา พัฒนา สร้างสรรค์ระบบและสิ่งต่างๆในแนวทางที่ถูกต้องไว้ให้ทีมงาน และพร้อมช่วยเหลือทุกๆคน "ขอให้มั่นใจว่าตราบเท่าที่คุณยังเป็นทีมงานของเรา เราจะประสบความสำเร็จไปพร้อมๆกัน เราจะไม่ทิ้งใครไว้เบื้องหลังแม้แต่คนเดียว"

สิ่งสำคัญที่ท่านควรตระหนักก็คือเราพบว่า หลายคน ท้อ....แล้วก็ "ถอย" หลายคนล้ม.....แล้วก็ "เลิก" ก่อนเวลาที่ความสำเร็จจะมาถึง หลายคนมีความอ่อนแอหรือมีความอดทนรอคอยความสำเร็จน้อยเกินไป ลองย้อนคิดถึงความเป็นจริงดูสิคะ คุณลำบากมากแค่ไหนกับงานประจำ ทำทุกๆวันไม่ต่ำกว่า 6-8 ชม.ต่อวัน สัปดาห์ละ5-6 วัน บางคนทำโอทีหรืองานพิเศษข้างนอกอีก เหนื่อยหนักขนาดนี้คุณได้ค่าตอบแทนเป็นเงินเท่าไหร่?

เอาล่ะมาทำอะไรสนุกๆ กันดีกว่าค่ะ ขอสวมบทบาทเป็นแม่หมอสักวัน ดิฉันจะขอฟันธง!!! เหมือนหมอดูชื่อดังดูบ้างน่าสนุกไม่ใช่เล่นเลย เอาล่ะ! ไม่ว่าคุณได้ เงินเดือน เท่าไหร่ ลองเอามา หาร ด้วย "ตัวเลขมหัศจรรย์" นี้ค่ะ หารด้วย 154 สำหรับอาชีพข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ และหาร 216 สำหรับพนง.สังกัดบริษัทเอกชน ได้เท่าไหร่คะ ค่า 50 นี้ถือว่าเป็นค่ากลางๆ ดังนั้นเราจะมาลองแปลผลดูนะคะ...

  • หากผลลัพธ์ที่ได้น้อยกว่า 50 ยิ่งน้อยมากเท่าไหร่ แสดงว่างานคุณมีผลตอบแทนที่น้อยมากเท่านั้น แล้วคุณก็จะเหนื่อยมากๆ และไม่ว่าคุณฝันอยากได้อะไรพอถึงบทจะซื้อมันมา คุณก็จะเครียดกับการคิดซ้ำไปซ้ำมาถึงความคุ้มค่า ความจำเป็นและแม้ตัดสินใจไปแล้วก็อาจจะยังต้องมาเครียดเก็บมาคิด หรือโทษตัวเองที่ได้ซื้อมันมาแล้วใช้ไม่คุ้มอย่างที่คิด บอกได้เลยว่าคุณกำลังเหนื่อยมากๆกับการสร้างรายได้ให้เพียงพอกับค่าใช้จ่าย แม้จะยังเป็นคนโสดก็ตาม (ถ้าเป็นคนมีครอบครัวละก็ เครียดมากๆค่ะ)
  • หากผลลัพธ์อยู่ที่ 50-70 ขอแสดงความยินดีด้วยค่ะ งานคุณกำลังมีรายได้ที่เพียงพอกับสภาพเศรษฐกิจปัจจุบันในฐานะคนโสดค่ะ แต่หากคุณมีแผนการณ์ที่จะมีครอบครัวในอีกไม่กี่ปีข้างหน้านี้ควรเริ่มเก็บหอมรอมริบกันได้แล้วค่ะ และควรจะใช้เงินอย่างระมัดระวังเอาไว้บ้างเผื่อต้องใช้อะไรฉุกละหุก และเชื่อหรือไม่ว่ากลุ่มที่ได้ตัวเลข 50-70 นี้หลายคนแม้จะใช้เงินอย่างระมัดระวังแต่ก็หลีกรายจ่ายไม่พ้นและเมื่ออยู่ในวัยที่ต้องสร้างตัวสร้างฐานะ หรือมีครอบครัว มีลูกเล็กๆให้รับผิดชอบมักจะมีสภาพหนี้บัตรเครดิตเนื่องจากขาดสภาพคล่องค่ะ
  • หากผลลัพธ์มากกว่า 70 คุณคงอยู่ในตำแหน่งหัวหน้างาน หรือไม่ก็ทำงานหลายชิ้น หรือไม่ก็ทำงานนอกเวลาเสริมจากรายได้ประจำ ยิ่งค่ามากขึ้นเท่าไหร่ คุณยิ่งต้องมีภาระรับผิดชอบมากขึ้นเรื่อยๆ ใครที่มีค่าเกิน 100 คงต้องสันนิษฐานว่าคุณคงทำธุรกิจส่วนตัวอยู่ หรือไม่ก็กำลังคิดจะทำใช่ไหมคะ

    ขออภัยยังไม่จบค่ะ ไว้มาเขียนต่อคืนนี้นะคะ

มาโทรฟรีกันมั๊ย
ตามที่ได้แจ้งให้ทราบแล้วนะคะว่า บริษัทฯ ของเราร่วมกับบริษัททรูมูฟ ได้จัดโปรโมชั่น "ซิมกระชับไมตรี โทรฟรีในทีม 24 ชม." ขึ้น โดยสามารถติดต่อรับซิมได้ฟรี และเพื่อเป็นการนำร่อง เบเองก็ได้เปิดใช้เป็นรายแรกๆ เพื่อเป็นแบบอย่าง ใช้โทรหากันในทีมโทรฟรี 24 ชม. ตลอด 1 ปี โทรหาคนอื่นๆ ที่ไม่ใช่ทีมเราช่วงตี 5 ถึง 5 โมงเย็นก็ฟรีอีกด้วย แหม!! ช่างเป็นโปรโมชั่นที่รู้ใจนักการตลาดอย่างพวกเราจริงๆ ต่อไปนี้โทรกลับหาทีมงาน โทรไปติดต่อลูกค้าก็โทรกระหน่ำกันไปเลย (สงสารโทรศัทพ์จัง) และข้างล่างนี้เป็นรายชื่อของผู้นำในทีมงานเบที่เปิดใช้เบอร์ใหม่ในโปรโมชั่นนี้แล้วค่ะ

  • กิตติศักดิ์ บุญราศรี (คนนี้ ที่ปรึกษากิติมศักดิ์ของทีมงานค่ะ) 084-092-5555
  • โชตนา วัจนมาลา (เบ) 089-178-9000
  • ชาคริต วัจนมาลา (พี่เบิ้ม) 089-142-6351

รายชื่อยังไม่หมดแค่นี้นะคะเพราะยังตกสำรวจอยู่หลายท่านเลย คงจะค่อยๆทยอยๆใส่เข้ามานะคะ อ้อ! สำหรับคนที่ยังรีรออยู่ ช่วงนี้มีเบอร์สวยให้เลือกด้วยนะ ใครอยากรู้รายละเอียดโปรโมชั่นมากกว่านี้ โทรมาถามดีกว่าค่ะ

ขำขัน-ขบวนแห่ประหลาด

ชายหนุ่มขี้สงสัยคนหนึ่ง บังเอิญได้พบกับขบวนแห่ที่แปลกที่สุดที่เขาเคยพบเจอ ในขบวนประกอบด้วย ชายมีสีหน้าเศร้าสร้อยเดินนำหน้าและจูงสุนัขไปด้วย ตามมาด้วยคนหามโลงศพมา 2โลง และที่น่าสงสัยที่สุดคือ ชายที่เดิมตามหลังมาเป็นขบวนกว่า 200 คน แต่ะคนมีแววตาที่มุ่งมั่นและดูมีความหวัง ด้วยความขี้สงสัยจึงเดินเข้าไปถาม
ชายหนุ่มขี้สงสัย : คุณกำลังทำอะไรกันอยู่ครับ
ชายเศร้าสร้อย : ผมกำลังนำศพภรรยากับแม่ยายไปวัด
ชายหนุ่มขี้สงสัย : เกิดอะไรขึ้นหรือครับ
ชายเศร้าสร้อย : เจ้าดำน่ะซิ มันไม่ชอบกัดผู้หญิง เนี่ยนึกไม่ถึงว่าจะกัดแม้กระทั่งแม่ยายกับภรรยาผม กัดตายทั้งสองคนเลย

ชายหนุ่มขี้สงสัยจ้องไปที่สุนัขด้านหลัง แววตาเป็นประกาย
ชายหนุ่มขี้สงสัย : งั้นผมขอเจ้าดำไปเลี้ยงต่อก็แล้วกันนะครับ
ชายเศร้าสร้อยชี้ไปด้านหลัง แล้วตอบว่า"ได้ซิ แต่คุณต้องผลัดกันนะ เพราะมีคนอยากเลี้ยงมันหลายคน คุณต้องไปต่อท้ายแถวนู่น.............. "

ถ้าแคร์คำพูดแย่ๆ…ก็เท่ากับแพ้ใจตัวเอง
ถ้าลองมีใครคนหนึ่งตีกลอง แล้วมีคนเต้นตามจังหวะ คนตีก็จะนึกสนุก เมื่อตีรัวๆ แล้วอีกคนยิ่งเต้นก็ยิ่งสนุก เมื่อสนุกเขาก็ตีต่อจนพอใจ แต่ถ้าตีแล้วไม่เกิดอะไรขึ้น เขาก็จะหยุดไปเอง เพราะตีไปก็เหนื่อยเปล่า....
บ่อยครั้งที่เรามักจะเจอคำพูดแย่ๆ จากคนรอบข้าง ถ้าเราไม่รู้จักดูแลจิตใจ ความรู้สึกของตัวเอง เราจะถูกบั่นทอนลงทีละนิด....ทีละนิด ดังนั้นเราควรเรียนรู้ที่จะดูแลหัวใจของเราให้ดี เรียนรู้ที่จะคิดปฏิเสธคำพูดแย่ๆ จากคนอื่น รู้แหล่งที่มาอย่างมีเหตุผล แล้วจะไม่มีอะไรมาบั่นทอนหัวใจเราได้เลย...
อย่าพูดหรือคิดว่า “ทำไม่ได้” เพราะจิตของเราจะจดจำและนำไปใช้ "ปาฏิหาริย์" จะเกิดขึ้นได้กับหัวใจที่เชื่อมั่น ความเชื่อมั่น จะทำให้คนเราได้ยิน แต่เสียงในหัวใจตัวเองคำวิจารณ์ในแง่ลบของคนอื่นมักบั่นทอนกำลังใจ แต่นั่นมันความคิดเขา ไม่ได้มาจากสมองเราสักหน่อย ฟังเสียงหัวใจตัวเองอย่าไขว้เขวไปกับเสียงหัวใจคนอื่น บอกตัวเองว่าเธอต้องทำได้ เมื่อนั้นปาฏิหารย์จะเกิดขึ้น
เพียงมีความเชื่อมั่นและศรัทธาในตัวเอง เราจะกล้าเดินอย่างมั่นใจ ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลง ทั้งที่ได้ดั่งใจและไม่ได้ดั่งใจ จงตั้งใจมั่น ยอมรับทั้งด้านบวกและลบของโลก พร้อมหมุนตัวเองไปพร้อมกับโลกอย่างมีความสุข
เมื่อมีความกล้า สิ่งที่ตามมาคือได้ก้าว ... เมื่อหัวใจเปิดรับ ความคิดจะเปิดกว้าง เปิดโอกาสให้เรียนรู้อย่างแท้จริง สิ่งดีๆ ก็จะเข้าถึงใจ เมื่อความกลัวหายไป…หัวใจจะเป็นสุข เราจะกล้าและได้ก้าว พร้อมเดินไปข้างหน้าอย่างมั่นใจ..... 1.) ต้องมีความใฝ่ฝัน 2.) ต้องมีความรัก และความเชื่อมั่น
ขอแสดงความยินดีกับทุกคนที่ทำธุรกิจเครือข่าย เพราะเราเชื่อว่าคุณมาถูกทางแล้ว ธุรกิจที่ลงทุนต่ำ แล้วสามารถสร้างรายได้ให้คุณอย่างไม่มีขีดจำกัด เรื่องการเก็บกักตุนหรือสต๊อกสินค้าก็ไม่ต้องรับภาระใดๆ ถ้าเครือข่ายที่คุณทำอยู่เป็นอย่างนี้ขอแสดงความยินดีกับทุกๆคนด้วย ธุรกิจเครือข่ายเป็นธุรกิจที่ดีมากจริงๆ แต่คนที่จะประสบความสำเร็จในธุรกิจเครือข่ายได้คือผู้ที่อดทนเท่านั้น
เพื่อนร่วมอาชีพคะ กรุณาอย่างโจมตีบริษัทอื่นๆกันเลย เราต่างมาบอกข้อดีของตัวเองดีไหม คนอื่นที่เขามองอยู่จะได้ไม่ตระหนกตกใจ หรือตั้งข้อสังเกตว่าธุรกิจเครือข่ายนี่ดีจริงหรือเปล่า

บทความประทับใจจากเพื่อนร่วมธุรกิจ
kup_kib@hotmail.com

ความหมายของ "ผู้นำ"

การเป็นผู้นำนั้นไม่ยาก คุณก็เป็นได้ขอเพียงคุณมีใจปรารถนาเท่านั้น มีท่านผู้หนึ่ง (Jhon C. Maxwell) กล่าวคำคมคำหนึ่งที่กินใจเอาไว้ว่า "โลกนี้ต้องการผู้นำ ที่จัดการตนเองด้วยสมอง แต่จัดการกับคนอื่นด้วยหัวใจ"
ผู้นำใครๆก็เป็นได้ แต่ผู้นำที่อยู่ในหัวใจของทุกคนไม่ใช่ใครจะทำได้ง่ายๆ และเขาย่อมเป็นผู้นำที่ไม่ธรรมดา ผู้ที่จะนำได้อย่างน้อยก่อนจะเป็นได้สิ่งที่ต้องมีก็คือ ความเสียสละ สละประโยชน์ส่วนตนเอาไว้ทีหลัง มีใจนึกถึงผู้อื่นด้วยความปรารถนาจากใจจริง ที่จะช่วยพาเพื่อให้มีการพัฒนาไปในแนวทางของเป้าหมายที่วางไว้ และที่สำคัญ ต้องอดทนให้มากกว่าผู้อื่น ผู้ตามเขาจึงยอมตามเรา
ผู้นำที่ดี คือ ผู้ที่มีคนอยากเดินตาม อยากทำตาม วันนี้...มีใครอยากเดินตามเราบ้างแล้วหรือยัง
ผู้นำ คือ ผู้ที่คิดก่อน ทำก่อน เป็นผู้นำทางความคิด เป็นผู้นำทางการกระทำ เป็นแบบอย่างที่ดีในทุกเรื่อง (ตนเอง ครอบครัว การทำงาน สังคม) และ คุณล่ะ ครับ เลือกจะเป็นผู้นำ หรือ ผู้ตาม
ผู้นำ คือ ผู้ที่เข็มทิศอยู่ในสมอง และมีแม่เหล็กอยู่ในจิตใจ
ผู้นำ คือ ผู้ที่สามารถเข้าไปนั่งในใจของผู้ตาม
ผู้นำ ต้องเก่งทั้งคน และเก่งทั้งงาน
ผู้นำ คือ ผู้ที่รู้ว่าต้องนำไปไหน? และจะนำไปอย่างไร?
ผู้นำ คือ ผู้มีเป้าหมาย
ผู้นำ ต้อง คิดใหญ่ไม่คิดเล็ก
ผู้นำ คือ ผู้ที่นำคนที่การกระทำมากกว่านำด้วยการพูด
ผู้นำ คือ ผู้ที่มีทักษะในการนำ
ผู้นำ คือ ผู้ที่นำตัวเองได้ ก่อนที่จะนำผู้อื่น
ผู้นำ เริ่มต้นจากการให้
ผู้นำ คือ คนที่รู้จักแพ้
ผู้นำ คือ คนที่รู้จักชนะ
ผู้นำ คือ คนที่รู้จักอภัย

...ทุกๆคนเกิดมาเพื่อที่จะเป็นผู้นำ.....อย่างน้อย 1 ชีวิตที่ต้องนำคือ ตัวคุณเอง
วันนี้คุณได้หยิบยื่นสิ่งที่ดีๆ หรือหยิบยื่นโอกาสที่ดีให้กับตัวคุณแล้วหรือยัง!!!
ถ้ายัง คุณยังมัวทำอะไรล่ะอยู่คะ ท่านผู้นำ!!!
หากวันนี้พร้อมจะเป็นผู้นำและผู้ตามที่ดี และคุณยังไม่เจอแบบอย่าง โทรหาเบสิคะ...


ดิฉันเคยไปแนะนำธุรกิจให้คนๆหนึ่ง พอเขารู้ว่าเป็นธุรกิจอะไรเขารีบปฏิเสธเลยว่า "ไม่อยากทำ เพราะไม่ชอบงานขาย" คุณเป็นแบบนี้ หรือไปแนะนำธุรกิจแล้วเจอแบบนี้บ้างหรือเปล่าคะ

เบตอบกลับไปค่ะว่า "เหรอคะ ปรกติแล้วทุกคนมักจะไม่ชอบงานขายหรอกค่ะ เพราะมีมุมมองที่ไม่ดีกับงานขาย จริงๆน่ะจะถามกลับด้วยว่า มีด้วยเหรอคนชอบขาย แม่ค้าในตลาดยังไม่ชอบเลย" หลังจากนั้นก็ได้ชี้แจงให้เขาเข้าใจมากขึ้นว่า "งานของเราไม่ได้ขายของ เราไม่ได้ทำอะไรเหมือนกับงานขายที่เขารู้จัก ถ้าจะเรียกว่าขาย งานของเราก็ขายไอเดียเท่านั้น หรือจริงๆแล้วพูดให้ฟังง่ายก็คือ งานของเราคือ นำเสนอเรื่องของโอกาสทางธุรกิจที่น่าสนใจ บอกเขาให้ได้ว่า ธุรกิจของเราน่าสนใจอย่างไร เขาสนใจก็ทำ ไม่สนใจก็ไม่เดือนร้อน ไม่ใช่งานที่ต้องง้อใคร เรานำเสนอทางเลือกใหม่ๆสำหรับชีวิตเขา ไม่ได้ไปรบกวนใคร และที่สำคัญ ง่ายกว่างานขายของเยอะมากๆ"

เอาล่ะคะ เมื่อไม่เปิดใจรับ คุณก็จะไม่มีทางเข้าใจเรื่องที่ดิฉันกำลังจะบอกนี้ ลองลดการ์ดของคุณลงหน่อยสิคะ อย่างเพิ่งมองว่าเราจะให้คุณไปทำงานขาย อย่างที่บอก แม่ค้าในตลาดยังไม่ชอบขายเลย แล้วจริงๆในทีมก็ไม่ได้แนะนำให้ขายด้วย แต่จะทำยังไงมันเป็นเรื่องที่ต้องศึกษา และใช้เวลามากกว่าการโทรคุยกัน หรือการอ่านเอกสาร มาดูเอาเอง ธุรกิจเราของจริง ไม่เรื่องมากและไม่ต้องกดดันใครให้ซื้ออะไรที่ไม่อยากซื้อ "การเอาของที่เขาไม่ชอบ ไม่อยากได้ ไปให้เขาน่ะ อย่าว่าแต่ซื้อเลย เอาไปให้ฟรี บางทีเรากลับแล้วเขารีบเอาไปให้คนอื่นต่อเลย จริงไหมคะ" พวกนี้อยู่ที่วิธีการ อยู่ที่ความเอาใจใส่ จึงต้องมาฝึกอบรม อยู่ที่ว่าจริงจังกับการสร้างรายได้มากแค่ไหนต่างหาก ทีมเบ ไม่มีใครชอบขายซักคน แล้วเราก็ไม่ได้ฝึกให้ไปขายของ เราฝึกให้ไปนำเสนอแนวทางการสร้างรายได้มากกว่า หากทุกวันนี้ คุณทำสิ่งที่รัก แต่คุณยังไม่เคยได้ในสิ่งที่ต้องการ ก็อยากแนะนำให้ลองหันมาทำสิ่งที่ไม่ชอบดูบ้าง เพราะมันอาจนำมาซึ่งสิ่งที่คุณต้องการก็ได้ บางครั้งในชีวิตการทำงานก็ไม่ได้ง่ายเหมือนกับความคิด ของเราหรอกค่ะ เรามักถูกปลูกฝังให้คิดว่า การทำในสิ่งที่ถนัด , สิ่งที่ใจรัก , สิ่งที่ชอบนั้น ทำง่าย สนุก และน่าจะนำมาซึ่งความสำเร็จ แต่บางครั้ง มันก็อาจจะสวนทางกัน

ลองเปลี่ยนความคิดดูนะคะ ไม่แน่เมื่อคุณเปลี่ยนความคิดและมุมมอง คุณอาจพบหนทางใหม่ๆ และก้าวเข้าไปใกล้ความสำเร็จอีกขั้นหนึ่งได้อย่างไม่น่าเชื่อค่ะ หากคุณทำแบบเดิมๆ แล้วสำเร็จ คุณคงสำเร็จไปนานแล้ว (ก็ทำมานานแล้วนี่จริงไหมคะ) ในเมื่อสิ่งที่คุณทำอยู่ให้ผลลัพธ์คือสิ่งที่คุณพบอยู่ในปัจจุบัน ดังนั้นหากคุณต้องการเปลี่ยนแปลงอนาคต คุณต้องเริ่มเปลี่ยนแปลงตั้งแต่วันนี้ค่ะ

และสุดท้ายนี้หากคุณสนใจในธุรกิจที่เบกำลังนำเสนออยู่นี้ (ขอยืนยันอีกครั้งว่าไม่ใช่งานขายของค่ะ) ติดต่อ เบได้ที่ 0891584824 ค่ะ "รักความก้าวหน้า ต้องกล้าเรียนรู้ค่ะ"

ก่อนอื่น ดิฉันขอตั้งนิยามของรายได้ที่ดี และรายได้ที่ไม่ดีก่อนนะคะ
รายได้ที่ดีคืออะไร ? "รายได้ที่ดีคือ เราเป็นคนกำหนด และไม่มีเพดานจำกัด" เราอยากได้เท่าไหร่ กำหนดได้เองเลย ดีไหมคะ แล้วอยากได้เท่าไหร่เนี่ยไม่มีเพดานจำกัด หมายถึงว่าอยากได้เท่าไหร่ กำหนดเลยโดยไม่ต้องเกรงใจใคร แล้วรายได้ที่ไม่ดีล่ะ "รายได้ที่ไม่ดีคือ รายได้ที่เราไม่ได้เป็นคนกำหนด และมีเพดานจำกัด"

ท่านคะ เคยมีท่านผู้ใหญ่ผู้หนึ่งได้กล่าวไว้ว่า "เงินเดือน คือ เครื่องพันทนาการที่โหดร้ายที่สุด" ทำไมน่ะเหรอคะ ก็ท่านลองคิดดูสิคะว่า เมื่อใครก็ตามมีรายได้สูง มันก็มักจะตามมาด้วยหน้าที่ความรับผิดชอบที่สูงขึ้นไป ยิ่งรายได้สูงขึ้นอีก หน้าที่ความรับผิดชอบก็สูงขึ้นไปอีก (ไม่มีใครจะจ้างคุณแพงๆ เพื่อมาทำงานง่ายๆ หรอกค่ะ) จนเราไม่มีเวลาคิดถึงเรื่องอื่น หรือแม้บางครั้งจะมีเวลาก็ไม่กล้าไปทำเรื่องอื่น เพราะเกรงว่าจะถูกเลิกจ้าง จึงเป็นเครื่องพันธนาการที่ทำให้ท่านไม่มีเวลาปลีกตัวไปทำอะไร (บางครั้งแม้จะป่วยยังไม่กล้าจะลางานเลยล่ะคะ ใครเป็นแบบนี้บ้างคะ) คนกลุ่มนี้จึงต้องอยู่ในสภาพที่ไม่จน แต่ก็ไม่มีโอกาสรวยขึ้นกว่านี้อีกแล้ว

ความใฝ่ฝันของท่านทั้งหลายมักจะหมายถึง สามสิ่งดังต่อไปนี้
1. รถยนต์สวยๆสักคัน (ประมาณ 1 ล้าน)
2. บ้านสวยๆสักหลัง (ประมาณ 3 ล้าน)
3. ตัวเลขเงินสดในบัญชีเงินฝากสวยๆ (ยอดเงินไม่จำกัด....เอาสัก 2 ล้านก่อนนะ)
รวมๆ แล้วความฝันง่ายๆ ที่กล่าวมานี้ รวมๆ แล้ว ประมาณ 6 ล้าน ทดตรงนี้เอาไว้ในใจก่อนนะคะ

เมื่อมองชีวิตของลูกจ้างทุกวันนี้ ช่วยตอบหน่อยสิคะว่าคุณเคยมีเงินเก็บเดือนละ 1 หมื่นโดยไม่แตะบ้างไหมคะ ? ถ้าท่านเก็บได้เดือนละถึงหมื่น ท่านเป็นผู้ที่เก็บเงินได้เก่งมากๆ และคงใช้ความพยายามมากๆด้วยใช่ไหมคะ เคยลองคิดเล่นๆไหมคะว่าถ้าเก็บได้เดือนละหมื่นทุกเดือน ถ้าเก็บได้ 1 ปี ท่านจะได้เท่าไหร่ "แสนสอง"
แสดงว่า ถ้าเก็บกันได้จริงๆ เราก็จะมีเงินเก็บเพิ่มขึ้นดังนี้สินะคะ
10 ปี ก็ล้านสองแสน
20 ปี ก็สองล้านสี่แสน
30 ปี ก็สามล้านหกแสน
40 ปี ก็สี่ล้านแปดแสน

เอาล่ะพอแค่นี้ก่อน ลองถามตัวเองดูค่ะว่า ตอนนี้ท่านอายุเท่าไหร่แล้ว แล้วฝันของท่านเป็นจริงไปแล้วกี่เปอร์เซนต์ และ ตอบคำถามได้หรือยังคะว่า ทำไมต้องทำอาชีพเสริม เดี๋ยวคราวหน้าจะมาต่อกันเรื่อง แล้วทำธุรกิจอะไรดี..

1.ลงทุนน้อย ด้วยค่าสมัครเพียง 107 บาท ตลอดชีพ และรับสิทธิประโยชน์ในการซื้อผลิตภัณฑ์ของบริษัทฯ มากมายกว่า 200 รายการ ในราคาพิเศษสำหรับสมาชิก
2.พร้อมเริ่มต้นทำธุรกิจได้ทันที ปราศจากความเสี่ยงในการลงทุน ด้วยศักยภาพของระบบธุรกิจ และมีศูนย์กระจายสินค้ากว่า 150 สาขาทั่วประเทศ ทำให้คุณไม่ต้องลงทุนซื้อสินค้าครั้งละมากๆ หรือลงทุนเปิดบ้านเป็นคลังสินค้าย่อยๆด้วยตัวเองเหมือนธุรกิจอื่นๆ
3.ไม่ต้องมีประสบการณ์ สามารถเข้ารับการอบรมกับบริษัทฯได้ฟรี หรืออาจอบรมหลักสูตรนอกเวลากับวิทยากรพิเศษของกลุ่มเบ ที่มีความรู้ความชำนาญ และพร้อมที่จะถ่ายทอดประสบการณ์ตรงและหลักวิธีการทำธุรกิจที่ชัดเจน ได้เป็นประจำทุกสัปดาห์ โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ซึ่งเป็นวิธีการพัฒนานักธุรกิจเครือข่ายที่ดีที่สุด
4.ทำได้ไม่ยาก แม้ในผู้ที่ไม่ถนัดงานขาย เพราะวิธีการทำธุรกิจของเรา คือการบอกเล่าความประทับใจในตัวสินค้าที่ตนเองใช้ให้แก่คนรอบข้าง เพื่อสร้างเครือข่ายผู้บริโภค ให้เกิดการซื้อสินค้าใช้ในชีวิตประจำวันอย่างต่อเนื่อง
5.ทำร่วมกับงานประจำได้ เพียงจัดสรรเวลาวันละ 2-3 ชั่วโมง ในการสร้างเครือข่ายผู้บริโภคสินค้า และติดตามดูแลอย่างสม่ำเสมอ เพื่อการคืนกลับมาของรายได้ที่จะเพิ่มมากขึ้นในอนาคต
6.ได้เป็นเจ้าของกิจการ ด้วยการเป็นสมาชิกของบริษัทฯ คุณก็เสมือนเป็นส่วนหนึ่งของธุรกิจเรา ที่มีสินค้าคุณภาพจำหน่ายกว่า 150 รายการที่ครอบคลุมทุกกลุ่มเป้าหมาย โดยสามารถบริหารจัดการองค์กรของตนเองอย่างเป็นอิสระ และได้รับการสนับสนุนทางการตลาดอย่างต่อเนื่อง จึงทำให้มีรายได้และสร้างกำไรนับตั้งแต่เดือนแรกที่ทำธุรกิจ มีรายได้ที่ดีในระยะเวลาอันสั้น และมั่นคงในระยะยาว
7.ด้วยแผนการจ่ายผลตอบแทนที่คุ้มค่า ยุติธรรม และถูกต้องตามกฎหมาย ทำให้มีผู้สนใจทำธุรกิจเป็นจำนวนมากส่งผลให้ยอดจำหน่ายที่ผ่านมาสูงจนได้รับการยกย่องให้เป็นบริษัทฯที่ดำเนินธุรกิจเครือข่ายที่มียอดประกอบการเติบโตสูงสุดของประเทศในปีที่ผ่านมา และได้รับการจัดอันดับให้เป็นอันดับ 3 ของบริษัทฯ ที่ดำเนินธุรกิจแบบเดียวกัน โดยใช้เวลาเพียง 4 ปีเศษ ในขณะที่บริษัทฯ อื่นๆเปิดดำเนินธุรกิจมาแล้วกว่า 20 ปี ซึ่งได้มีการประมวลผลจ่ายผลตอบแทนคืนกลับให้แก่ผู้ร่วมธุรกิจไปแล้วหลายพันล้านบาท
8.เป็นมรดกทางธุรกิจ ด้วยการส่งมอบเครือข่าย และรายได้จากธุรกิจให้แก่ทายาทได้ในอนาคต มีความมั่นคงทางธุรกิจ
บริษัทฯของเรา มีผลประกอบการที่เติบโตขึ้นทุกปี ปีละไม่ต่ำกว่า 47% ปัจจุบันมีทรัพย์สินโดยรวม ประมาณ 5,000 ล้านบาท ถือว่าเป็นบริษัทฯ ที่มั่นคงและน่าจับตามองที่สุดในกลุ่มธุรกิจขายตรง

คนที่เราควรแนะนำธุรกิจให้แก่เขาควรมีคุณสมบัติบางอย่าง ดังนี้ค่ะ...
1. คนมีความต้องการที่จะเปลี่ยนแปลงชีวิต (หากเขาไม่มีความต้องการที่จะเปลี่ยนแปลง เราจะชวนเขามาทำอะไรจริงไหมคะ)
2. มีมนุษย์สัมพันธ์ที่ดี เข้ากับคนได้ดี บุคลิกดี ยิ้มแย้มแจ่มใส (แน่นอน คนบางคนอาจจะไม่สามารถยิ้มแย้มแจ่มใส หรือไม่ชอบการสมาคม แต่หากรู้ว่าถึงเวลาที่ต้องทำแล้วทำได้ เขาเป็นผู้หนึ่งที่เราควรชวนเขามาร่วมงานกับเรา)
3. มีความรับผิดชอบในงานหน้าที่ (คนที่ไม่สามารถรับผิดชอบอะไรได้เลยไม่ควรชวนเป็นอย่างยิ่งค่ะ)
4. ชอบการเรียนรู้และการพัฒนาตนเองให้ดีขึ้นอยู่ตลอดเวลา (ใครที่เป็นคนประเภท "น้ำไม่เต็มแก้ว" ไม่ชอบการเรียนรู้อาจไม่เหมาะกับธุรกิจนี้ เพราะธุรกิจของเราต้องพัฒนาตนเองตลอดเวลา ต้องการคนใฝ่รู้ และสู้งานค่ะ)
5. มีประวัติความสำเร็จ หรือได้รับการยอมรับจากเพื่อนร่วมงานเดิม (เป็นข้อเท็จจริงที่ผลสำเร็จในงานเดิม จะพอชี้วัดได้ว่าเขามีศักยภาพที่พร้อมจะประสบความสำเร็จ หรืออย่างน้อยก็เพื่อนๆ ยอมรับ)
6. เข้ากับทีมงานของเราได้ (หากเราชวนเขามาได้ แล้วทีมเราแตกแยก จะมีประโยชน์อะไรคะ)
7. ต้องมีเวลาในการทำงาน (บางคนอยากได้นู่นอยากได้นี่ แต่ไม่มีเวลา ไม่สามารถเจียดเวลามาคุยงาน มาประชุมงานกันได้ ก็คงเป็นไปไม่ได้ที่จะสำเร็จเช่นกัน)
8. มีจิตใจที่อยากทำประโยชน์ให้กับคนอื่น (คนบางคนมีคุณสมบัติ ชอบบริการโดยจิตวิญญาณ เขามักจะอาสาช่วยเหลือคนนู้น คนนี้อยู่เรื่อยๆ คุณสมบัตินี้แหละค่ะที่เรามองหา และประเมินค่าได้เลยว่าเขาสำเร็จไปแล้วมากกว่า 35%)
9. มีอำนาจในการตัดสินใจ เลือกทำหรือไม่ทำอะไรต่างๆ ได้ด้วยตนเอง


หากไม่มีคุณสมบัติเหล่านี้เลยแม้แต่ข้อเดียว โอกาสสำเร็จของเขาแทบไม่มีเหลือในธุรกิจนี้ หากจะแนะนำธุรกิจกับเขากรุณา อย่า!!ไปใช้เวลาอย่างเอาเป็นเอาตายเพื่อจะสร้างเขาให้เกิด เพราะสิ่งที่จะเกิดก็คือ เราเองจะตายจากธุรกิจนี้ไปพร้อมกับเขา อยากสำเร็จต้องทำงานอย่างชาญฉลาด มีการวัดค่าประเมินค่าก่อนลงมือทำค่ะ

ได้รับฟังเรื่องต่อไปนี้มาจากเพื่อนร่วมธุรกิจเครือข่ายรุ่นพี่ พี่บังกริหยา ดาราไกร ซึ่งน่าเสียดายที่ดิฉันมีโอกาสได้สัมผัสตัวตนของพี่ผู้นี้เพียงเล็กน้อย และเพิ่งจะมาเห็นความมุ่งมั่น ความเข้มแข็ง ความอดทน ความเป็นผู้นำของท่านผู้นี้จากวิดีโอซีดีที่ได้บรรยายไว้ เมื่อเขาล่วงลับไปแล้ว และขอแสดงความชื่นชม และขอยกคำคมบางตอนที่ท่านได้กล่าวไว้มาให้ทุกท่านได้อ่านและรับประโยชน์ไปด้วยกันค่ะ (ข้อความมีการดัดแปลงเล็กน้อยนะคะ เพื่อให้ท่านได้อรรถรสในการอ่าน เทียบเท่ากับการดูวิดีโอมาตั้งแต่ต้นค่ะ)

เมื่อท่านตัดสินใจก้าวเข้าสู่ธุรกิจเครือข่าย ให้ท่านรับรู้ไว้ว่า ภายในอีกไม่กี่วัน เมื่อท่านแนะนำธุรกิจให้กับคนอื่น ท่านก็จะมีสถานะภาพเป็น "ผู้นำ" ในการเป็นผู้นำนั้น ท่านมีโอกาสบาดเจ็บ (ทำงานผิดพลาดแล้วมานั่งเสียใจ ท้อแท้ โทษตัวเอง โทษองค์ประกอบอื่นๆ ฯลฯ) แต่ท่านไม่สามารถท้อถอย เพราะท่านต้องเรียนรู้และรับผิดชอบในความสำเร็จของทีมงาน และขอฝากคำกลอนไว้ว่า...

ผู้นำดี ผู้ตามดี ต้องดีแน่
ผู้นำดี ผู้ตามแย่ พอแก้ไข
ผู้ตามแย่ ผู้นำดี มีทางไป
แต่ถ้าผู้นำไม่เอาไหน ... (แอ่นแอ้น..น) บรรลัยเอย


ขอให้ความดีที่พี่บังกริหยาได้กระทำมาแล้วนั้น นำให้พี่บังไปสู่สุคติภพด้วยเทอญฯ สาธุ

เมื่อทุกๆชีวิต ต่างดิ้นรนค้นคว้าหาสิ่งที่เหมาะสมกับตัวเอง และบ่อยครั้งที่พบว่า เพื่อให้ได้บางอย่างมา ก็ต้องเสียบางอย่างไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งสามสิ่งสำคัญ ก็คือ เงิน , เวลา และสุขภาพ เพราะบางครั้งการได้มาซึ่งเงินทองมากมาย ก็อาจต้องเสียเวลา และเสียสุขภาพ หรือบางครั้งการได้มาซึ่งสุขภาพดีก็ต้องใช้เงินจำนวนหนึ่งเพื่อแลกมาซึ่งอาหารที่ถูกสุขลักษณะ เครื่องใช้ไม้สอยที่จะมาช่วยปกป้องคุณและคนที่คุณรักให้ห่างจากมลภาวะต่างๆ คำถามก็คือ
ถ้าหากคุณเลือกได้คุณจะเลือกอย่างไหน ระหว่าง ....
1.การมีชีวิตที่ดีขึ้น หรือว่า
2.การมีชีวิตแบบเดิมๆ หรือไม่ก็แย่ลง

ไม่ว่าคุณจะตอบข้อไหนจากสองข้อนี้ คุณคิดว่า...ใคร? จะเป็นคนทำให้เป็นอย่างที่คุณต้องการได้ดีที่สุดระหว่าง "คนอื่น" กับ "ตัวคุณเอง"

จะเห็นได้ว่าหากคุณต้องการเป็นผู้กำหนดให้ชีวิตคุณต่อจากนี้ไปให้เป็นไปในทางที่ดีขึ้นคุณจำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงบางสิ่งบางอย่าง เพราะ...
หากคุณยังใช้ชีวิตแบบเดิมๆ อนาคตของคุณก็ต้องเป็นแบบเดิมอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
จริงไหมคะ จะเห็นได้ว่าความจริงแล้วทุกชีวิตมีทางเลือกไม่มากก็น้อย แต่หากคุณยังไม่มีทางเลือกที่ดี โทรหาเบสิคะ บางทีคุณอาจได้มุมมองใหม่ หรืออย่างน้อยก็ได้เพื่อนใหม่ค่ะ
สังคมแบบเดิมๆ อาจฉุดรั้งคุณให้อยู่ที่เดิม
จริงหรือไม่ที่บ่อยครั้งที่คุณพบโอกาสใหม่มาจากการสนทนากับคนที่คุณไม่รู้จัก

ไม่น่าเชื่อว่าจะมีขึ้นแล้วในโลกค่ะ ที่ www.picturetrail.com คุณสามารถ "เสก" (ต้องใช้คำว่าเสกจริงๆ) ภาพนิ่งที่คุณมีอยู่ ไม่ว่าจะเป็นภาพคนรัก ภาพบ้าน ภาพรถ ภาพความสำเร็จต่างๆของคุณ รวมไปถึงภาพหมูหมากาไก่ที่สะสมไว้ นำมาทำเป็นภาพนิ่งที่ดูมีชีวิตชีวาได้ที่นี่ได้เลยค่ะ ลองดูข้างล่างนี้สิคะ แล้วคุณก็จะเป็นคนหนึ่งที่อยากไปเยี่ยมเว็บไซต์ของเค้า ต้องยกนิ้วให้เลยจริงๆ Picturetrail นายแน่มาก.!!!