ใครๆก็อยากเเสวงหาความก้าวหน้า อยากได้เงินมากกว่าเดิม อยากมีโอกาสมากกว่าเดิม ต้องการความมั่นคงในการงานมากกว่าเดิม และในที่สุดคนที่ไม่แน่วแน่ต่อสิ่งที่กำลังทำก็จะจิตตก และแล้วการเสาะหาที่ใหม่ๆ โอกาสใหม่ๆ ช่องทางใหม่ๆ ก็เกิดขึ้นอย่างไม่จบสิ้นและเป็นวัฎจักรแบบนี้เรื่อยไป เมื่ออยากไปอยู่ที่ใหม่ก็ต้องหาเหตุผลต่างๆนานาเพื่อความชอบธรรมในการเปลี่ยนแปลง เช่นว่า บริษัทที่อยู่ในปัจจุบันนี้ไม่ได้เรื่องบ้าง จ่ายผลประโยชน์น้อยบ้าง ทำงานได้ ไม่คุ้มเหนื่อยบ้าง ไม่มีความเป็นธรรมบ้างก็มี เพราะฉะนั้น ไปอยู่ที่ใหม่ดีกว่าอย่างนี้เป็นต้น
มีเรื่องเล่าอยู่เรื่องหนึ่งครับที่อยากเล่าให้คุณๆได้ฟัง (อ่าน) มีโคตัวหนึ่ง เริ่มเบื่อๆอยากๆกับทุ่งหญ้าเดิมๆที่กินอยู่ทุกวัน ไม่พอใจว่าทุ่งหญ้าของเราอาศัยกินอยู่นี้มีหญ้าไม่เขียวสด เมื่อมองไปอีกฝากหนึ่งเเล้วเห็นว่า หญ้าที่ทุ่งโน้นเขียวกว่า (จริงๆแล้วเป็นต้นไม้แต่เมื่อเจ้าโคเห็นจากที่ไกลๆ ก็เห็นไปว่าเป็นต้นหญ้าอ่อนๆ ขนาดยาวกำลังดีและลู่ตามลมประหนึ่งจะโบกมือทักทาย เชื้อเชิญให้มันไปลิ้มลอง) แล้วจึงเริ่มออกเดินไปหาทุ่งหญ้านั้นทันทีโดยไม่ยอมกินหญ้าในทุ่งเดิมและดูถูกเพื่อนๆในฝูงที่ไม่เห็นด้วยว่าโง่มากๆ ที่มัวกินแต่หญ้าไร้คุณภาพเหล่านี้ เเต่พอเดินไปถึงจริงๆ หญ้าสีเขียวที่มองเห็นจากที่ไกลๆที่เเท้ก็เป็นภาพลวงตาที่เดินไปเท่าไหร่ก็ไม่เจอ
ผมเห็นหลายคนที่ย้ายไปอยู่ที่ทำงานใหม่เเล้ว ต้องคิดหวนคืนกลับมาตายรังเก่า (แม้สุดท้ายอาจไม่กล้ากลับมาเพราะก่อนไปได้ทำบางสิ่งที่น่าละอายเอาไว้) เพราะว่าพอเข้าไปจริงๆ เเล้วก็ไปทำอะไรให้ดีกว่าแบบเดิมๆไม่ได้ หรือไม่เป็นอย่างที่มองเห็นเมื่อมองอยู่รอบนอก สุดท้ายจึงอยากฝากข้อคิดให้คนที่กำลังท้อแท้และกำลังอยากเปลี่ยนแปลง ลองมองใหม่ให้เห็นชัดก่อนเปลี่ยนแปลงอะไร เพราะคุณอาจกำลังเห็นภาพลวงตาอยู่ก็เป็นได้ ในธุรกิจขายตรงก็มีเรื่องเชิงเทคนิคอยู่เยอะเหมือนกันทั้งในระดับบริษัทฯ และระดับสมาชิก ที่ต่างยกเอาผลประโยชน์ที่อาจไม่สามารถให้ได้จริงๆ มาเสนอเพื่อให้ผู้ที่ขาดประสบการณ์เข้ามาติดกับ และพอเอาเข้าจริงกลับไม่สามารถทำตามคำพูดได้และไม่แม้แต่จะคิดรับผิดชอบคำพูดใดๆ ก็มีเรื่องแบบนี้ให้ได้ยินได้ฟังกันตลอดครับ
สุดท้ายนี้ก็ขอฝากไว้เตือนสติครับเมื่อไหร่ก็ตามที่เห็นเป็นโอกาสก็ลองคิดทบทวนสักนิด เผื่อทางถอยไว้บ้าง หรืออย่างน้อยก็ต้องลองถามตัวเองหน่อยว่า "หญ้าที่ทุ่งโน้น...น มันเขียวกว่าจริงๆ หรือว่าเป็นภาพลวงตากันแน่!"
หมวด : บทความวิชาการ
อย่าเพิ่งตกใจว่า ไหงวันนี้มาแนวใหม่ พึ่งเวทย์มนต์คาถากันซะแล้วผู้นำของเรา อืม.. แต่ก็ไม่เลวนะถ้ารวยได้จริงก็เอาใช่ไหมล่ะ งั้นมาอ่านกันเลยค่ะ ทำได้ก่อนก็รวยก่อนแน่นอนค่ะ พระบารมีของพระพุทธองค์คงยืนยันได้เป็นอย่างดีค่ะ เรื่องก็มีอยู่ว่า....
พระพุทธเจ้าจอมปราชญ์ ตรัสเเนะทางร่ำรวยไว้ว่า
1.ต้องขยันทำงาน....หมั่นหา
2.ต้องรักษาทรัพย์ไว้ให้ปลอดภัย...หมั่นเก็บ
3.เลือกคบแต่คนดีมีปัญญา...เลือกคบมิตร
4.เข้าใจใช้จ่ายทรัพย์ของตน...ใช้ผ่านสติไตร่ตรอง กลั่นกรองผ่านปํญญา
มีบางคนตั้งชื่อธรรมะ ทั้ง 4 ข้อนี้ว่า "หัวใจเศรษฐี" โดยนำอักษรตัวต้นของศัพท์ คือ อุ,อา,กะ,สะ มาเรียงรวมกันท่านว่าใครภาวนาอยู่เสมอรวยทุกคน เเต่อย่าพึงเข้าใจผิดคิดว่าเมื่อภาวนาคาถานี้เเล้วไม่ต้องทำมาหากินอะไรกันเลยเพียงนั่งภาวนา อุ อา กะ สะๆๆๆๆ... เงินทองก็จะไหลมาเทมา ถ้าเข้าใจอย่างนี้ก็ถือว่าเป็นกรรมของคนคนนั้น เพราะเเทนที่จะกลายเป็นเศรษฐี กลับกลายเป็นยาจกไปเลย
ความจริงท่านแนะให้ภาวนาเช่นนั้น จุดประสงค์ก็คือ ให้ลงมือปฏิบัติตามหลักธรรมทั้ง 4 ประการนั้น อย่างจริงจังจนกว่าจะบรรลุผลสมความมุ่งหมาย เมื่อได้ทำความเข้าใจเช่นนี้เเล้ว ก็ขอให้ท่านลองนำหัวใจเศรษฐีไปภาวนาดูบ้าง รับรองรวยเเน่ๆค่ะ "ทรัพนี้มิไกล ใครปัญญาไว หาได้บ่นาน ทั่วแคว้นเเดนดินมีสินทุกสถาน ผู้ใดเกียจคร้าน บ่พานพบนา"
สุดท้ายนี้ก็....ขอให้รวย ขอให้รวยทุกๆท่านค่ะ
หมวด : บทความวิชาการ
มีเรื่องเล่ากันว่า ในแอฟริกานั้น ทุกๆ เช้า เมื่อสิงโตตื่นนอน มันจะรู้ว่ามันจะต้องวิ่งให้เร็วกว่ากวาง มิฉะนั้น มันจะต้องอดตาย
และเช่นกันทุกๆ เช้า เมื่อกวางในแอฟริกาตื่นนอน มันจะรู้ว่ามันจะต้องวิ่งให้เร็วกว่าสิงโต มิฉะนั้น มันก็จะต้องถูกฆ่าตาย
และไม่ว่าจะอยู่ที่แอฟริกาหรือไม่ ในทุกๆ เช้า เมื่อท่านตื่นนอน อย่าถามว่าท่านเป็น สิงโต หรือ กวาง แต่ "จงออกวิ่งเถิด"
หมวด : บทความวิชาการ