เบื่อ...ชีวิตมนุษย์เงินเดือน
เริ่มเขียน 28/11/2006

. . . รู้จักมนุษย์เงินเดือนไหมคะ มนุษย์เงินเดือน อาจฟังดูไม่คุ้นหูสำหรับบางท่าน แต่เป็นคำที่ค่อนข้างตรงไปตรงมา และเข้าใจได้ง่ายเพราะมีความหมายตรงไปตรงมา มนุษย์เงินเดือน หมายถึง ทุกๆคนที่ทำงานเพื่อเงินเดือนจะออกมาตอนสิ้นเดือน เป้าหมายในแต่ละวันคือทำตามหน้าที่ที่หน่วยงานมอบหมายให้ ซึ่งก็จะมีความเสี่ยง ความเหนื่อยหนัก หรือความรับผิดชอบแตกต่างกันไปตามเงินที่ว่าจ้าง จ้างแพงๆก็ต้องใช้ให้คุ้มจริงไหมคะ การเป็นมนุษย์เงินเดือนไม่ใช่เรื่องผิดปรกติ และใครๆก็ทำกัน เพียงแต่ว่าหากมีโอกาสอยากลองเป็นมนุษย์เงินดีดูบ้างไหมคะ ถ้างานที่ท่านทำอยู่ก็ยังทำได้ต่อไป แล้วท่านสามารถมีรายได้เพิ่มเพื่อก้าวเข้าสู่เป้าหมายในชีวิตได้เร็วขึ้น เกษียญอายุการทำงานได้เร็วขึ้นกว่าเดิมสัก 10-20 ปีจะดีไหมคะ หากสนใจเบยินดีให้คำแนะนำค่ะ

. . . ต่อไปนี้เป็นส่วนหนึ่งของคำจำกัดความมนุษย์เงินเดือนที่เอามาให้อ่านกันเล่นๆ หวังว่าคงสร้างแรงกระตุ้นให้ใครๆอยากเป็นมนุษย์เงินดีกันบ้างนะคะ หากใครอ่านแล้วสะเทือนใจมากเกินไปก็ขออภัยในความไม่สนุกมา ณ ที่นี้ด้วยนะคะ

ชีวิคมนุษย์เงินเดือน
ทำงานเร็วก็หาว่าล้ำหน้า
ทำงานช้าก็หาว่าอืดอาด
ดูเหมือนโง่ก็ถูกตวาด
ดูเหมือนฉลาดก็ถูกระแวง
ทำไว้ก่อนก็บอกว่าไม่ได้สั่ง
รอทำทีหลังก็ว่าไม่รู้จักคิด
นี่หละชีวิด มนุษย์เงินเดือน

ดัดแปลงจากข้อความของ คุณพงษ์กานต์ แสงฟ้า

ความแตกต่างระหว่าง ฉัน กับเจ้านาย
เมื่อฉันยังไม่ได้เริ่มทำงาน ฉันคือคนเกียจคร้าน
เมื่อนายยังไม่เริ่มทำงาน เขามีธุระ
เมื่องานของฉันต้องใช้เวลา ฉันกลายเป็นคนเฉื่อยช้า
เมื่อเจ้านายทำงานช้า เขาเป็นผู้ละเอียดรอบคอบ
เมื่อฉันทำงานที่ไม่ได้รับคำสั่ง ฉันก้าวก่ายเกินหน้าที่
เมื่อเจ้านายทำบ้าง มันกลายเป็นความคิดริเริ่ม
เมื่อฉันยืนหยัดคัดค้าน ฉันกลายเป็นไอ้งั่ง
เมื่อเจ้านายเถียง เขากำลังเป็นผู้เข้มแข็ง
เมื่อฉันไม่ระวังมารยาท ฉันคือคนหยาบคาย
เมื่อเจ้านายไร้มารยาท มันคือบุคคลิกของเขา
เมื่อฉันเอาใจผู้ใหญ่ ฉันกลายเป็นตลกบริโภค
เมื่อเจ้านายเลียผู้ใหญ่ นั่นคือการมีมนุษย์สัมพันธ์
เมื่อฉันทำงานก้าวหน้า มักถูกเพื่อนว่าล้ำเส้น
เมื่อเจ้านายทำงานเอาหน้า ถือว่าเป็นความพากเพียร
เมื่อฉันทำงานพลาด ฉันคือคนสะเพร่า
เมื่อเจ้านายทำผิด เขาถือเป็นประสบการณ์
เมื่อฉันลืมบางสิ่ง ฉันเป็นผู้ละทิ้งหน้าที่
เมื่อเจ้านายเผลอเรอ ต้องทำใจว่าเขามีงานล้นมือ
เมื่อฉันลาจากโลกนี้ไป หมดเวร หมดกรรม
เมื่อเจ้านายลาจากไป สิ้นบุญ บารมี

โดย มังกรสีเงิน (นามแฝง)

การรักษาความสัมพันธ์ขององค์กรด้วย SMS
เริ่มเขียนเมื่อ 31/10/2006

. . . การส่ง SMS ให้ทีมงานเป็นทั้งการบอกให้ทีมงานรับรู้ถึงความหวังดีของ Upline บางครั้งก็เป็นการให้กำลังใจ และบางครั้งก็ให้แง่คิดได้ด้วย เราจะพบเห็นอยู่บ่อยๆว่า กับเพื่อนๆเราบางคนปกติคุยกันอยู่บ่อยๆในสมัยเรียน พอขาดการติดต่อกันไป มาเจอกันอีกทีกลับไม่รู้จะคุยอะไรกัน เพราะความเหินห่างทั้งๆที่จริงๆน่าจะมีเรื่องคุยกันเยอะเพราะไม่ได้คุยกันนานๆจึงทำให้ไม่ต่อเนื่องนั่นเอง การโทรหากันได้พูดคุยกันนั้นนับเป็นเรื่องที่ดีที่สุด แต่ในบางครั้งก็ใช้เวลามากเกินไปจนทำให้หมดเปลืองทั้งเวลาและค่าใช้จ่าย นอกจากนี้ยังอาจคุยกันนานจนจับประเด็นจุดมุ่งหมายในการโทรแต่ละครั้งไม่ได้ จึงทำให้ทีมงานส่งต่อไปถึง Downline ใต้องค์กรได้ข่าวสารไม่ครบถ้วน ดังนั้นการส่ง SMS หากันจึงเป็นการทำงานที่กระชับรวดเร็วได้ใจความและทำซ้ำได้ทันที

. . . แต่ก็อีกแหละค่ะมีข้อดีก็มีข้อเสีย เนื่องจากการส่งผ่านเว็บไซต์นั้น 1 ข้อความถูกกำหนดว่าส่งได้เพียง 70 ตัวอักษรต่อครั้ง ดังนั้นการส่ง SMS บางครั้งก็ต้องใช้เทคนิคหรือทักษะในการเลือกตัดข้อความบางข้อความออกด้วยเหมือนกันค่ะ ข้อความข้างล่างนี้เป็น SMS ที่เคยส่งให้ทีมงานไปบ้างแล้ว และยังคงใช้อยู่อย่างได้ผล เบจะพยายามรวบรวมมาไว้ให้ได้มากที่สุด ทั้งจากหนังสือ และที่ร้อยเรียงขึ้นมาเองจากประสบการณ์ นอกจากนี้ยังจัดหมวดหมู่เอาไว้ด้วยค่ะ (เนื่องจากบางข้อความสามารถจัดเข้าได้หลายหมวดหมู่ก็คงต้องจัดเข้าหมวดใดหมวดหนึ่งตามน้ำหนักที่โน้มเอียงไปทางไหนมากกว่ากันนั่นเองค่ะ) ข้อความเหล่านี้หากคุณจะลองนำไปใช้ดูก็เชิญได้เลยค่ะ และหากจะช่วยกันเพิ่มเข้ามาก็ยินดีนะคะ ส่งมาที่ email : easy2work@gmail.com ได้เลย สำหรับข้อความที่ส่งเข้ามาโดยใคร เบจะลงชื่อผู้แนะนำข้อความนั้นๆไว้ด้านหลังให้ค่ะ

ให้แง่คิด
- ปัญหาและอุปสรรค ไม่ต่างกับบันได 1 ขั้น ถ้าผ่านไปได้ก็สูงขึ้นอีก 1 ขั้นเสมอ
- It's Fishing Where The Fish Are. จงเลือกตกปลาในที่ที่มีปลา
แนวกระตุ้นเตือนสติ
- ปัญหาและอุปสรรคมักจะไปกองอยู่กับคนโง่ เพราะคนที่ฉลาดจะเดินผ่านมันไป
- การหยุดอยู่ทั้งๆที่ล้มเหลว แย่ยิ่งกว่าความล้มเหลว
- ถ้าแคร์คำพูดแย่ๆ ก็เท่ากับแพ้ใจตัวเอง

หัวข้อนี้คงจะมีข้อความที่ส่ง SMS ให้ทีมงานซึ่งจะมีมาเพิ่มเรื่อยๆ ทำให้หัวข้อนี้น่าจะเป็นอีกหัวข้อเริ่องที่มีการ Update บ่อยๆค่ะ

BASIC ยังไม่แน่นหรือเปล่าคะ?

. . . ในบทบาทที่ดิฉันเป็นผู้บริหารทีมงานนั้น หลายต่อหลายครั้งที่ดิฉันพบว่าทีมงานไม่ประสบความสำเร็จตามที่ตั้งใจไว้ ก็เลยลองตามล่าหาความจริงดู บางครั้งเป็นเพราะพวกเขามุ่งมั่นทำงานเพื่อบรรลุเป้าหมาย ไฟแรงอย่างมาก แต่มือใหม่ๆย่อมขาดแนวทางที่ถูกต้องก็เลยพลาดท่าเสียทีโดนคำถามคำโต้แย้งสารพัด แล้วก็กลับมาหลบอยู่เงียบๆคนเดียว (ไม่ยอมติดต่อหาใครแม้กระทั่งผู้แนะนำ) และคิดไปเองว่า "หมดสิ้นแล้วโอกาสประสบความสำเร็จในชีวิตของตู" และแม้บางครั้งเราพบว่าได้ให้แนวทางไปถูกต้องแล้ว และเขาเข้าใจถูกต้องดีแล้ว เขาก็ออกไปทำงานเริ่มต้นก็ทำได้ดีทีเดียวค่ะ เรียกว่า "มาถูกทางตั้งแต่ต้นแล้วล่ะค่ะ แต่มาตกม้าตายเอาตอนสุดท้ายอย่างไม่เป็นท่า" น่าเสียดายมากๆ ทำให้ต้องมาคิดใหม่ว่า "มันเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นเพราะอะไร?"

. . . บทสรุปของเรื่องก็คือ "สิ่งที่พวกเขาขาดนั้นคือ BASIC ค่ะ ขาดพื้นฐานแค่นั้นเองนอกนั้นเก่งกันหมด" บางคนคิดว่าขาดแค่เบสิก หรือ พื้นฐาน เนี่ยมันจะเสียหายอะไรสักขนาดไหนกัน ก็ลองติดตามอ่านดูนะคะ เบสิก นั้นในมุมมองของดิฉันแล้วสำคัญมากๆ พูดถึงเบสิก หรือพื้นฐานแล้วฟังง่ายๆ และดูเหมือนว่าพูดแค่นี้แล้วทุกคนจะเข้าใจขึ้นมาทันที "อ๋อ...ให้ฉันกลับไปนับหนึ่งใหม่นั่นเอง" ทุกคนเข้าใจแบบนี้กันหมด อาจเป็นเพราะเคยได้ยินมาว่า "แบคทูเบสิก (BACK TO BASIC)" แต่ก็ไม่สามารถจะแสดงออกมาให้โลกรับรู้ได้ว่าจะต้องทำอย่างไรจึงจะกลับไปที่เบสิกได้จริงๆ หลายๆคนจึงมีอาการฟังจบแล้วทำสีหน้าเหมือนรับรู้ แต่พอเอาเข้าจริงๆ ก็กลับไปทำแบบเดิมๆอีกจนได้

. . . ถ้าเป็นอย่างนั้นเรามาลองให้ความหมายของ BASIC ในแบบฉบับของดิฉันดูไหมคะ คำว่า BASIC ที่เราทราบความหมายกันดีอยู่แล้วนั้น ประกอบไปด้วยตัวอักษร 5 ตัวที่มีความหมายเฉพาะตัว ดังนี้ค่ะ...

B - Beginner : คำนี้แปลเป็นไทยว่า "มือใหม่" (หัดขับ) คุณต้องคิด พูด และทำอย่างมือใหม่ เด็กๆทำอะไรพลาดไม่ใช่เรื่องผิด เป็นเรื่องของการหาประสบการณ์เท่านั้น และที่คุณสมบัติดีๆ สำคัญๆ ที่มือเก่าๆมักจะหมดไปแล้ว คือ มุ่งมั่น , ไฟแรง , มุมานะ , เพียรพยายาม , ชอบศึกษาหาความรู้ , อยากลอง , เชื่อฟังที่ผู้ใหญ่ (ผู้บริหารทีม) บอก ฯลฯ คุณสมบัติดีๆทั้งทั้น ใช้ให้เกิดประโยชน์สิคะ

A - Attitude
S - Skill
I - Intelligance
C - Controlable/Commitment/Continuable

เนื้อหายังไม่จบนะคะ วันหลังจะมาเล่าต่อค่ะ

ชัยชนะมักจะเป็นของคนที่เข้มแข็ง

บนเส้นทางก้าวเข้าสู่ความสำเร็จนั้นมีอุปสรรคมากมายหลายประการให้ ต้องต่อสู้ ต้องฝ่าฟัน ดังนั้น จิตใจต้องมั่นคง อาจจะมีหลายครั้งที่ใจเราท้อ แต่.... "ถ้าเราท้อแต่ไม่ท้อถอย เดินต่อไปในทิศทางที่ถูกต้อง เราก็จะก้าวเข้าไปใกล้ความสำเร็จทีละเล็ก ทีละน้อยทุกๆวัน ในที่สุดก็จะไปถึงเป้าหมาย" ย้อนมาดูทีมของเราสิคะ ผู้นำในทีมของเราต่างเก่งกล้า และต่างก็มีความตั้งใจศึกษา พัฒนา สร้างสรรค์ระบบและสิ่งต่างๆในแนวทางที่ถูกต้องไว้ให้ทีมงาน และพร้อมช่วยเหลือทุกๆคน "ขอให้มั่นใจว่าตราบเท่าที่คุณยังเป็นทีมงานของเรา เราจะประสบความสำเร็จไปพร้อมๆกัน เราจะไม่ทิ้งใครไว้เบื้องหลังแม้แต่คนเดียว"

สิ่งสำคัญที่ท่านควรตระหนักก็คือเราพบว่า หลายคน ท้อ....แล้วก็ "ถอย" หลายคนล้ม.....แล้วก็ "เลิก" ก่อนเวลาที่ความสำเร็จจะมาถึง หลายคนมีความอ่อนแอหรือมีความอดทนรอคอยความสำเร็จน้อยเกินไป ลองย้อนคิดถึงความเป็นจริงดูสิคะ คุณลำบากมากแค่ไหนกับงานประจำ ทำทุกๆวันไม่ต่ำกว่า 6-8 ชม.ต่อวัน สัปดาห์ละ5-6 วัน บางคนทำโอทีหรืองานพิเศษข้างนอกอีก เหนื่อยหนักขนาดนี้คุณได้ค่าตอบแทนเป็นเงินเท่าไหร่?

เอาล่ะมาทำอะไรสนุกๆ กันดีกว่าค่ะ ขอสวมบทบาทเป็นแม่หมอสักวัน ดิฉันจะขอฟันธง!!! เหมือนหมอดูชื่อดังดูบ้างน่าสนุกไม่ใช่เล่นเลย เอาล่ะ! ไม่ว่าคุณได้ เงินเดือน เท่าไหร่ ลองเอามา หาร ด้วย "ตัวเลขมหัศจรรย์" นี้ค่ะ หารด้วย 154 สำหรับอาชีพข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ และหาร 216 สำหรับพนง.สังกัดบริษัทเอกชน ได้เท่าไหร่คะ ค่า 50 นี้ถือว่าเป็นค่ากลางๆ ดังนั้นเราจะมาลองแปลผลดูนะคะ...

  • หากผลลัพธ์ที่ได้น้อยกว่า 50 ยิ่งน้อยมากเท่าไหร่ แสดงว่างานคุณมีผลตอบแทนที่น้อยมากเท่านั้น แล้วคุณก็จะเหนื่อยมากๆ และไม่ว่าคุณฝันอยากได้อะไรพอถึงบทจะซื้อมันมา คุณก็จะเครียดกับการคิดซ้ำไปซ้ำมาถึงความคุ้มค่า ความจำเป็นและแม้ตัดสินใจไปแล้วก็อาจจะยังต้องมาเครียดเก็บมาคิด หรือโทษตัวเองที่ได้ซื้อมันมาแล้วใช้ไม่คุ้มอย่างที่คิด บอกได้เลยว่าคุณกำลังเหนื่อยมากๆกับการสร้างรายได้ให้เพียงพอกับค่าใช้จ่าย แม้จะยังเป็นคนโสดก็ตาม (ถ้าเป็นคนมีครอบครัวละก็ เครียดมากๆค่ะ)
  • หากผลลัพธ์อยู่ที่ 50-70 ขอแสดงความยินดีด้วยค่ะ งานคุณกำลังมีรายได้ที่เพียงพอกับสภาพเศรษฐกิจปัจจุบันในฐานะคนโสดค่ะ แต่หากคุณมีแผนการณ์ที่จะมีครอบครัวในอีกไม่กี่ปีข้างหน้านี้ควรเริ่มเก็บหอมรอมริบกันได้แล้วค่ะ และควรจะใช้เงินอย่างระมัดระวังเอาไว้บ้างเผื่อต้องใช้อะไรฉุกละหุก และเชื่อหรือไม่ว่ากลุ่มที่ได้ตัวเลข 50-70 นี้หลายคนแม้จะใช้เงินอย่างระมัดระวังแต่ก็หลีกรายจ่ายไม่พ้นและเมื่ออยู่ในวัยที่ต้องสร้างตัวสร้างฐานะ หรือมีครอบครัว มีลูกเล็กๆให้รับผิดชอบมักจะมีสภาพหนี้บัตรเครดิตเนื่องจากขาดสภาพคล่องค่ะ
  • หากผลลัพธ์มากกว่า 70 คุณคงอยู่ในตำแหน่งหัวหน้างาน หรือไม่ก็ทำงานหลายชิ้น หรือไม่ก็ทำงานนอกเวลาเสริมจากรายได้ประจำ ยิ่งค่ามากขึ้นเท่าไหร่ คุณยิ่งต้องมีภาระรับผิดชอบมากขึ้นเรื่อยๆ ใครที่มีค่าเกิน 100 คงต้องสันนิษฐานว่าคุณคงทำธุรกิจส่วนตัวอยู่ หรือไม่ก็กำลังคิดจะทำใช่ไหมคะ

    ขออภัยยังไม่จบค่ะ ไว้มาเขียนต่อคืนนี้นะคะ

มาโทรฟรีกันมั๊ย
ตามที่ได้แจ้งให้ทราบแล้วนะคะว่า บริษัทฯ ของเราร่วมกับบริษัททรูมูฟ ได้จัดโปรโมชั่น "ซิมกระชับไมตรี โทรฟรีในทีม 24 ชม." ขึ้น โดยสามารถติดต่อรับซิมได้ฟรี และเพื่อเป็นการนำร่อง เบเองก็ได้เปิดใช้เป็นรายแรกๆ เพื่อเป็นแบบอย่าง ใช้โทรหากันในทีมโทรฟรี 24 ชม. ตลอด 1 ปี โทรหาคนอื่นๆ ที่ไม่ใช่ทีมเราช่วงตี 5 ถึง 5 โมงเย็นก็ฟรีอีกด้วย แหม!! ช่างเป็นโปรโมชั่นที่รู้ใจนักการตลาดอย่างพวกเราจริงๆ ต่อไปนี้โทรกลับหาทีมงาน โทรไปติดต่อลูกค้าก็โทรกระหน่ำกันไปเลย (สงสารโทรศัทพ์จัง) และข้างล่างนี้เป็นรายชื่อของผู้นำในทีมงานเบที่เปิดใช้เบอร์ใหม่ในโปรโมชั่นนี้แล้วค่ะ

  • กิตติศักดิ์ บุญราศรี (คนนี้ ที่ปรึกษากิติมศักดิ์ของทีมงานค่ะ) 084-092-5555
  • โชตนา วัจนมาลา (เบ) 089-178-9000
  • ชาคริต วัจนมาลา (พี่เบิ้ม) 089-142-6351

รายชื่อยังไม่หมดแค่นี้นะคะเพราะยังตกสำรวจอยู่หลายท่านเลย คงจะค่อยๆทยอยๆใส่เข้ามานะคะ อ้อ! สำหรับคนที่ยังรีรออยู่ ช่วงนี้มีเบอร์สวยให้เลือกด้วยนะ ใครอยากรู้รายละเอียดโปรโมชั่นมากกว่านี้ โทรมาถามดีกว่าค่ะ

ขำขัน-ขบวนแห่ประหลาด

ชายหนุ่มขี้สงสัยคนหนึ่ง บังเอิญได้พบกับขบวนแห่ที่แปลกที่สุดที่เขาเคยพบเจอ ในขบวนประกอบด้วย ชายมีสีหน้าเศร้าสร้อยเดินนำหน้าและจูงสุนัขไปด้วย ตามมาด้วยคนหามโลงศพมา 2โลง และที่น่าสงสัยที่สุดคือ ชายที่เดิมตามหลังมาเป็นขบวนกว่า 200 คน แต่ะคนมีแววตาที่มุ่งมั่นและดูมีความหวัง ด้วยความขี้สงสัยจึงเดินเข้าไปถาม
ชายหนุ่มขี้สงสัย : คุณกำลังทำอะไรกันอยู่ครับ
ชายเศร้าสร้อย : ผมกำลังนำศพภรรยากับแม่ยายไปวัด
ชายหนุ่มขี้สงสัย : เกิดอะไรขึ้นหรือครับ
ชายเศร้าสร้อย : เจ้าดำน่ะซิ มันไม่ชอบกัดผู้หญิง เนี่ยนึกไม่ถึงว่าจะกัดแม้กระทั่งแม่ยายกับภรรยาผม กัดตายทั้งสองคนเลย

ชายหนุ่มขี้สงสัยจ้องไปที่สุนัขด้านหลัง แววตาเป็นประกาย
ชายหนุ่มขี้สงสัย : งั้นผมขอเจ้าดำไปเลี้ยงต่อก็แล้วกันนะครับ
ชายเศร้าสร้อยชี้ไปด้านหลัง แล้วตอบว่า"ได้ซิ แต่คุณต้องผลัดกันนะ เพราะมีคนอยากเลี้ยงมันหลายคน คุณต้องไปต่อท้ายแถวนู่น.............. "

ถ้าแคร์คำพูดแย่ๆ…ก็เท่ากับแพ้ใจตัวเอง
ถ้าลองมีใครคนหนึ่งตีกลอง แล้วมีคนเต้นตามจังหวะ คนตีก็จะนึกสนุก เมื่อตีรัวๆ แล้วอีกคนยิ่งเต้นก็ยิ่งสนุก เมื่อสนุกเขาก็ตีต่อจนพอใจ แต่ถ้าตีแล้วไม่เกิดอะไรขึ้น เขาก็จะหยุดไปเอง เพราะตีไปก็เหนื่อยเปล่า....
บ่อยครั้งที่เรามักจะเจอคำพูดแย่ๆ จากคนรอบข้าง ถ้าเราไม่รู้จักดูแลจิตใจ ความรู้สึกของตัวเอง เราจะถูกบั่นทอนลงทีละนิด....ทีละนิด ดังนั้นเราควรเรียนรู้ที่จะดูแลหัวใจของเราให้ดี เรียนรู้ที่จะคิดปฏิเสธคำพูดแย่ๆ จากคนอื่น รู้แหล่งที่มาอย่างมีเหตุผล แล้วจะไม่มีอะไรมาบั่นทอนหัวใจเราได้เลย...
อย่าพูดหรือคิดว่า “ทำไม่ได้” เพราะจิตของเราจะจดจำและนำไปใช้ "ปาฏิหาริย์" จะเกิดขึ้นได้กับหัวใจที่เชื่อมั่น ความเชื่อมั่น จะทำให้คนเราได้ยิน แต่เสียงในหัวใจตัวเองคำวิจารณ์ในแง่ลบของคนอื่นมักบั่นทอนกำลังใจ แต่นั่นมันความคิดเขา ไม่ได้มาจากสมองเราสักหน่อย ฟังเสียงหัวใจตัวเองอย่าไขว้เขวไปกับเสียงหัวใจคนอื่น บอกตัวเองว่าเธอต้องทำได้ เมื่อนั้นปาฏิหารย์จะเกิดขึ้น
เพียงมีความเชื่อมั่นและศรัทธาในตัวเอง เราจะกล้าเดินอย่างมั่นใจ ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลง ทั้งที่ได้ดั่งใจและไม่ได้ดั่งใจ จงตั้งใจมั่น ยอมรับทั้งด้านบวกและลบของโลก พร้อมหมุนตัวเองไปพร้อมกับโลกอย่างมีความสุข
เมื่อมีความกล้า สิ่งที่ตามมาคือได้ก้าว ... เมื่อหัวใจเปิดรับ ความคิดจะเปิดกว้าง เปิดโอกาสให้เรียนรู้อย่างแท้จริง สิ่งดีๆ ก็จะเข้าถึงใจ เมื่อความกลัวหายไป…หัวใจจะเป็นสุข เราจะกล้าและได้ก้าว พร้อมเดินไปข้างหน้าอย่างมั่นใจ..... 1.) ต้องมีความใฝ่ฝัน 2.) ต้องมีความรัก และความเชื่อมั่น
ขอแสดงความยินดีกับทุกคนที่ทำธุรกิจเครือข่าย เพราะเราเชื่อว่าคุณมาถูกทางแล้ว ธุรกิจที่ลงทุนต่ำ แล้วสามารถสร้างรายได้ให้คุณอย่างไม่มีขีดจำกัด เรื่องการเก็บกักตุนหรือสต๊อกสินค้าก็ไม่ต้องรับภาระใดๆ ถ้าเครือข่ายที่คุณทำอยู่เป็นอย่างนี้ขอแสดงความยินดีกับทุกๆคนด้วย ธุรกิจเครือข่ายเป็นธุรกิจที่ดีมากจริงๆ แต่คนที่จะประสบความสำเร็จในธุรกิจเครือข่ายได้คือผู้ที่อดทนเท่านั้น
เพื่อนร่วมอาชีพคะ กรุณาอย่างโจมตีบริษัทอื่นๆกันเลย เราต่างมาบอกข้อดีของตัวเองดีไหม คนอื่นที่เขามองอยู่จะได้ไม่ตระหนกตกใจ หรือตั้งข้อสังเกตว่าธุรกิจเครือข่ายนี่ดีจริงหรือเปล่า

บทความประทับใจจากเพื่อนร่วมธุรกิจ
kup_kib@hotmail.com

ความหมายของ "ผู้นำ"

การเป็นผู้นำนั้นไม่ยาก คุณก็เป็นได้ขอเพียงคุณมีใจปรารถนาเท่านั้น มีท่านผู้หนึ่ง (Jhon C. Maxwell) กล่าวคำคมคำหนึ่งที่กินใจเอาไว้ว่า "โลกนี้ต้องการผู้นำ ที่จัดการตนเองด้วยสมอง แต่จัดการกับคนอื่นด้วยหัวใจ"
ผู้นำใครๆก็เป็นได้ แต่ผู้นำที่อยู่ในหัวใจของทุกคนไม่ใช่ใครจะทำได้ง่ายๆ และเขาย่อมเป็นผู้นำที่ไม่ธรรมดา ผู้ที่จะนำได้อย่างน้อยก่อนจะเป็นได้สิ่งที่ต้องมีก็คือ ความเสียสละ สละประโยชน์ส่วนตนเอาไว้ทีหลัง มีใจนึกถึงผู้อื่นด้วยความปรารถนาจากใจจริง ที่จะช่วยพาเพื่อให้มีการพัฒนาไปในแนวทางของเป้าหมายที่วางไว้ และที่สำคัญ ต้องอดทนให้มากกว่าผู้อื่น ผู้ตามเขาจึงยอมตามเรา
ผู้นำที่ดี คือ ผู้ที่มีคนอยากเดินตาม อยากทำตาม วันนี้...มีใครอยากเดินตามเราบ้างแล้วหรือยัง
ผู้นำ คือ ผู้ที่คิดก่อน ทำก่อน เป็นผู้นำทางความคิด เป็นผู้นำทางการกระทำ เป็นแบบอย่างที่ดีในทุกเรื่อง (ตนเอง ครอบครัว การทำงาน สังคม) และ คุณล่ะ ครับ เลือกจะเป็นผู้นำ หรือ ผู้ตาม
ผู้นำ คือ ผู้ที่เข็มทิศอยู่ในสมอง และมีแม่เหล็กอยู่ในจิตใจ
ผู้นำ คือ ผู้ที่สามารถเข้าไปนั่งในใจของผู้ตาม
ผู้นำ ต้องเก่งทั้งคน และเก่งทั้งงาน
ผู้นำ คือ ผู้ที่รู้ว่าต้องนำไปไหน? และจะนำไปอย่างไร?
ผู้นำ คือ ผู้มีเป้าหมาย
ผู้นำ ต้อง คิดใหญ่ไม่คิดเล็ก
ผู้นำ คือ ผู้ที่นำคนที่การกระทำมากกว่านำด้วยการพูด
ผู้นำ คือ ผู้ที่มีทักษะในการนำ
ผู้นำ คือ ผู้ที่นำตัวเองได้ ก่อนที่จะนำผู้อื่น
ผู้นำ เริ่มต้นจากการให้
ผู้นำ คือ คนที่รู้จักแพ้
ผู้นำ คือ คนที่รู้จักชนะ
ผู้นำ คือ คนที่รู้จักอภัย

...ทุกๆคนเกิดมาเพื่อที่จะเป็นผู้นำ.....อย่างน้อย 1 ชีวิตที่ต้องนำคือ ตัวคุณเอง
วันนี้คุณได้หยิบยื่นสิ่งที่ดีๆ หรือหยิบยื่นโอกาสที่ดีให้กับตัวคุณแล้วหรือยัง!!!
ถ้ายัง คุณยังมัวทำอะไรล่ะอยู่คะ ท่านผู้นำ!!!
หากวันนี้พร้อมจะเป็นผู้นำและผู้ตามที่ดี และคุณยังไม่เจอแบบอย่าง โทรหาเบสิคะ...