เบตอบกลับไปค่ะว่า "เหรอคะ ปรกติแล้วทุกคนมักจะไม่ชอบงานขายหรอกค่ะ เพราะมีมุมมองที่ไม่ดีกับงานขาย จริงๆน่ะจะถามกลับด้วยว่า มีด้วยเหรอคนชอบขาย แม่ค้าในตลาดยังไม่ชอบเลย" หลังจากนั้นก็ได้ชี้แจงให้เขาเข้าใจมากขึ้นว่า "งานของเราไม่ได้ขายของ เราไม่ได้ทำอะไรเหมือนกับงานขายที่เขารู้จัก ถ้าจะเรียกว่าขาย งานของเราก็ขายไอเดียเท่านั้น หรือจริงๆแล้วพูดให้ฟังง่ายก็คือ งานของเราคือ นำเสนอเรื่องของโอกาสทางธุรกิจที่น่าสนใจ บอกเขาให้ได้ว่า ธุรกิจของเราน่าสนใจอย่างไร เขาสนใจก็ทำ ไม่สนใจก็ไม่เดือนร้อน ไม่ใช่งานที่ต้องง้อใคร เรานำเสนอทางเลือกใหม่ๆสำหรับชีวิตเขา ไม่ได้ไปรบกวนใคร และที่สำคัญ ง่ายกว่างานขายของเยอะมากๆ"
เอาล่ะคะ เมื่อไม่เปิดใจรับ คุณก็จะไม่มีทางเข้าใจเรื่องที่ดิฉันกำลังจะบอกนี้ ลองลดการ์ดของคุณลงหน่อยสิคะ อย่างเพิ่งมองว่าเราจะให้คุณไปทำงานขาย อย่างที่บอก แม่ค้าในตลาดยังไม่ชอบขายเลย แล้วจริงๆในทีมก็ไม่ได้แนะนำให้ขายด้วย แต่จะทำยังไงมันเป็นเรื่องที่ต้องศึกษา และใช้เวลามากกว่าการโทรคุยกัน หรือการอ่านเอกสาร มาดูเอาเอง ธุรกิจเราของจริง ไม่เรื่องมากและไม่ต้องกดดันใครให้ซื้ออะไรที่ไม่อยากซื้อ "การเอาของที่เขาไม่ชอบ ไม่อยากได้ ไปให้เขาน่ะ อย่าว่าแต่ซื้อเลย เอาไปให้ฟรี บางทีเรากลับแล้วเขารีบเอาไปให้คนอื่นต่อเลย จริงไหมคะ" พวกนี้อยู่ที่วิธีการ อยู่ที่ความเอาใจใส่ จึงต้องมาฝึกอบรม อยู่ที่ว่าจริงจังกับการสร้างรายได้มากแค่ไหนต่างหาก ทีมเบ ไม่มีใครชอบขายซักคน แล้วเราก็ไม่ได้ฝึกให้ไปขายของ เราฝึกให้ไปนำเสนอแนวทางการสร้างรายได้มากกว่า หากทุกวันนี้ คุณทำสิ่งที่รัก แต่คุณยังไม่เคยได้ในสิ่งที่ต้องการ ก็อยากแนะนำให้ลองหันมาทำสิ่งที่ไม่ชอบดูบ้าง เพราะมันอาจนำมาซึ่งสิ่งที่คุณต้องการก็ได้ บางครั้งในชีวิตการทำงานก็ไม่ได้ง่ายเหมือนกับความคิด ของเราหรอกค่ะ เรามักถูกปลูกฝังให้คิดว่า การทำในสิ่งที่ถนัด , สิ่งที่ใจรัก , สิ่งที่ชอบนั้น ทำง่าย สนุก และน่าจะนำมาซึ่งความสำเร็จ แต่บางครั้ง มันก็อาจจะสวนทางกัน
ลองเปลี่ยนความคิดดูนะคะ ไม่แน่เมื่อคุณเปลี่ยนความคิดและมุมมอง คุณอาจพบหนทางใหม่ๆ และก้าวเข้าไปใกล้ความสำเร็จอีกขั้นหนึ่งได้อย่างไม่น่าเชื่อค่ะ หากคุณทำแบบเดิมๆ แล้วสำเร็จ คุณคงสำเร็จไปนานแล้ว (ก็ทำมานานแล้วนี่จริงไหมคะ) ในเมื่อสิ่งที่คุณทำอยู่ให้ผลลัพธ์คือสิ่งที่คุณพบอยู่ในปัจจุบัน ดังนั้นหากคุณต้องการเปลี่ยนแปลงอนาคต คุณต้องเริ่มเปลี่ยนแปลงตั้งแต่วันนี้ค่ะ
และสุดท้ายนี้หากคุณสนใจในธุรกิจที่เบกำลังนำเสนออยู่นี้ (ขอยืนยันอีกครั้งว่าไม่ใช่งานขายของค่ะ) ติดต่อ เบได้ที่ 0891584824 ค่ะ "รักความก้าวหน้า ต้องกล้าเรียนรู้ค่ะ"
หมวด : บทความวิชาการ
ก่อนอื่น ดิฉันขอตั้งนิยามของรายได้ที่ดี และรายได้ที่ไม่ดีก่อนนะคะ
รายได้ที่ดีคืออะไร ? "รายได้ที่ดีคือ เราเป็นคนกำหนด และไม่มีเพดานจำกัด" เราอยากได้เท่าไหร่ กำหนดได้เองเลย ดีไหมคะ แล้วอยากได้เท่าไหร่เนี่ยไม่มีเพดานจำกัด หมายถึงว่าอยากได้เท่าไหร่ กำหนดเลยโดยไม่ต้องเกรงใจใคร แล้วรายได้ที่ไม่ดีล่ะ "รายได้ที่ไม่ดีคือ รายได้ที่เราไม่ได้เป็นคนกำหนด และมีเพดานจำกัด"
ท่านคะ เคยมีท่านผู้ใหญ่ผู้หนึ่งได้กล่าวไว้ว่า "เงินเดือน คือ เครื่องพันทนาการที่โหดร้ายที่สุด" ทำไมน่ะเหรอคะ ก็ท่านลองคิดดูสิคะว่า เมื่อใครก็ตามมีรายได้สูง มันก็มักจะตามมาด้วยหน้าที่ความรับผิดชอบที่สูงขึ้นไป ยิ่งรายได้สูงขึ้นอีก หน้าที่ความรับผิดชอบก็สูงขึ้นไปอีก (ไม่มีใครจะจ้างคุณแพงๆ เพื่อมาทำงานง่ายๆ หรอกค่ะ) จนเราไม่มีเวลาคิดถึงเรื่องอื่น หรือแม้บางครั้งจะมีเวลาก็ไม่กล้าไปทำเรื่องอื่น เพราะเกรงว่าจะถูกเลิกจ้าง จึงเป็นเครื่องพันธนาการที่ทำให้ท่านไม่มีเวลาปลีกตัวไปทำอะไร (บางครั้งแม้จะป่วยยังไม่กล้าจะลางานเลยล่ะคะ ใครเป็นแบบนี้บ้างคะ) คนกลุ่มนี้จึงต้องอยู่ในสภาพที่ไม่จน แต่ก็ไม่มีโอกาสรวยขึ้นกว่านี้อีกแล้ว
ความใฝ่ฝันของท่านทั้งหลายมักจะหมายถึง สามสิ่งดังต่อไปนี้
1. รถยนต์สวยๆสักคัน (ประมาณ 1 ล้าน)
2. บ้านสวยๆสักหลัง (ประมาณ 3 ล้าน)
3. ตัวเลขเงินสดในบัญชีเงินฝากสวยๆ (ยอดเงินไม่จำกัด....เอาสัก 2 ล้านก่อนนะ)
รวมๆ แล้วความฝันง่ายๆ ที่กล่าวมานี้ รวมๆ แล้ว ประมาณ 6 ล้าน ทดตรงนี้เอาไว้ในใจก่อนนะคะ
เมื่อมองชีวิตของลูกจ้างทุกวันนี้ ช่วยตอบหน่อยสิคะว่าคุณเคยมีเงินเก็บเดือนละ 1 หมื่นโดยไม่แตะบ้างไหมคะ ? ถ้าท่านเก็บได้เดือนละถึงหมื่น ท่านเป็นผู้ที่เก็บเงินได้เก่งมากๆ และคงใช้ความพยายามมากๆด้วยใช่ไหมคะ เคยลองคิดเล่นๆไหมคะว่าถ้าเก็บได้เดือนละหมื่นทุกเดือน ถ้าเก็บได้ 1 ปี ท่านจะได้เท่าไหร่ "แสนสอง"
แสดงว่า ถ้าเก็บกันได้จริงๆ เราก็จะมีเงินเก็บเพิ่มขึ้นดังนี้สินะคะ
10 ปี ก็ล้านสองแสน
20 ปี ก็สองล้านสี่แสน
30 ปี ก็สามล้านหกแสน
40 ปี ก็สี่ล้านแปดแสน
เอาล่ะพอแค่นี้ก่อน ลองถามตัวเองดูค่ะว่า ตอนนี้ท่านอายุเท่าไหร่แล้ว แล้วฝันของท่านเป็นจริงไปแล้วกี่เปอร์เซนต์ และ ตอบคำถามได้หรือยังคะว่า ทำไมต้องทำอาชีพเสริม เดี๋ยวคราวหน้าจะมาต่อกันเรื่อง แล้วทำธุรกิจอะไรดี..
หมวด : บทความวิชาการ
1.ลงทุนน้อย ด้วยค่าสมัครเพียง 107 บาท ตลอดชีพ และรับสิทธิประโยชน์ในการซื้อผลิตภัณฑ์ของบริษัทฯ มากมายกว่า 200 รายการ ในราคาพิเศษสำหรับสมาชิก
2.พร้อมเริ่มต้นทำธุรกิจได้ทันที ปราศจากความเสี่ยงในการลงทุน ด้วยศักยภาพของระบบธุรกิจ และมีศูนย์กระจายสินค้ากว่า 150 สาขาทั่วประเทศ ทำให้คุณไม่ต้องลงทุนซื้อสินค้าครั้งละมากๆ หรือลงทุนเปิดบ้านเป็นคลังสินค้าย่อยๆด้วยตัวเองเหมือนธุรกิจอื่นๆ
3.ไม่ต้องมีประสบการณ์ สามารถเข้ารับการอบรมกับบริษัทฯได้ฟรี หรืออาจอบรมหลักสูตรนอกเวลากับวิทยากรพิเศษของกลุ่มเบ ที่มีความรู้ความชำนาญ และพร้อมที่จะถ่ายทอดประสบการณ์ตรงและหลักวิธีการทำธุรกิจที่ชัดเจน ได้เป็นประจำทุกสัปดาห์ โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ซึ่งเป็นวิธีการพัฒนานักธุรกิจเครือข่ายที่ดีที่สุด
4.ทำได้ไม่ยาก แม้ในผู้ที่ไม่ถนัดงานขาย เพราะวิธีการทำธุรกิจของเรา คือการบอกเล่าความประทับใจในตัวสินค้าที่ตนเองใช้ให้แก่คนรอบข้าง เพื่อสร้างเครือข่ายผู้บริโภค ให้เกิดการซื้อสินค้าใช้ในชีวิตประจำวันอย่างต่อเนื่อง
5.ทำร่วมกับงานประจำได้ เพียงจัดสรรเวลาวันละ 2-3 ชั่วโมง ในการสร้างเครือข่ายผู้บริโภคสินค้า และติดตามดูแลอย่างสม่ำเสมอ เพื่อการคืนกลับมาของรายได้ที่จะเพิ่มมากขึ้นในอนาคต
6.ได้เป็นเจ้าของกิจการ ด้วยการเป็นสมาชิกของบริษัทฯ คุณก็เสมือนเป็นส่วนหนึ่งของธุรกิจเรา ที่มีสินค้าคุณภาพจำหน่ายกว่า 150 รายการที่ครอบคลุมทุกกลุ่มเป้าหมาย โดยสามารถบริหารจัดการองค์กรของตนเองอย่างเป็นอิสระ และได้รับการสนับสนุนทางการตลาดอย่างต่อเนื่อง จึงทำให้มีรายได้และสร้างกำไรนับตั้งแต่เดือนแรกที่ทำธุรกิจ มีรายได้ที่ดีในระยะเวลาอันสั้น และมั่นคงในระยะยาว
7.ด้วยแผนการจ่ายผลตอบแทนที่คุ้มค่า ยุติธรรม และถูกต้องตามกฎหมาย ทำให้มีผู้สนใจทำธุรกิจเป็นจำนวนมากส่งผลให้ยอดจำหน่ายที่ผ่านมาสูงจนได้รับการยกย่องให้เป็นบริษัทฯที่ดำเนินธุรกิจเครือข่ายที่มียอดประกอบการเติบโตสูงสุดของประเทศในปีที่ผ่านมา และได้รับการจัดอันดับให้เป็นอันดับ 3 ของบริษัทฯ ที่ดำเนินธุรกิจแบบเดียวกัน โดยใช้เวลาเพียง 4 ปีเศษ ในขณะที่บริษัทฯ อื่นๆเปิดดำเนินธุรกิจมาแล้วกว่า 20 ปี ซึ่งได้มีการประมวลผลจ่ายผลตอบแทนคืนกลับให้แก่ผู้ร่วมธุรกิจไปแล้วหลายพันล้านบาท
8.เป็นมรดกทางธุรกิจ ด้วยการส่งมอบเครือข่าย และรายได้จากธุรกิจให้แก่ทายาทได้ในอนาคต มีความมั่นคงทางธุรกิจ
บริษัทฯของเรา มีผลประกอบการที่เติบโตขึ้นทุกปี ปีละไม่ต่ำกว่า 47% ปัจจุบันมีทรัพย์สินโดยรวม ประมาณ 5,000 ล้านบาท ถือว่าเป็นบริษัทฯ ที่มั่นคงและน่าจับตามองที่สุดในกลุ่มธุรกิจขายตรง
คนที่เราควรแนะนำธุรกิจให้แก่เขาควรมีคุณสมบัติบางอย่าง ดังนี้ค่ะ...
1. คนมีความต้องการที่จะเปลี่ยนแปลงชีวิต (หากเขาไม่มีความต้องการที่จะเปลี่ยนแปลง เราจะชวนเขามาทำอะไรจริงไหมคะ)
2. มีมนุษย์สัมพันธ์ที่ดี เข้ากับคนได้ดี บุคลิกดี ยิ้มแย้มแจ่มใส (แน่นอน คนบางคนอาจจะไม่สามารถยิ้มแย้มแจ่มใส หรือไม่ชอบการสมาคม แต่หากรู้ว่าถึงเวลาที่ต้องทำแล้วทำได้ เขาเป็นผู้หนึ่งที่เราควรชวนเขามาร่วมงานกับเรา)
3. มีความรับผิดชอบในงานหน้าที่ (คนที่ไม่สามารถรับผิดชอบอะไรได้เลยไม่ควรชวนเป็นอย่างยิ่งค่ะ)
4. ชอบการเรียนรู้และการพัฒนาตนเองให้ดีขึ้นอยู่ตลอดเวลา (ใครที่เป็นคนประเภท "น้ำไม่เต็มแก้ว" ไม่ชอบการเรียนรู้อาจไม่เหมาะกับธุรกิจนี้ เพราะธุรกิจของเราต้องพัฒนาตนเองตลอดเวลา ต้องการคนใฝ่รู้ และสู้งานค่ะ)
5. มีประวัติความสำเร็จ หรือได้รับการยอมรับจากเพื่อนร่วมงานเดิม (เป็นข้อเท็จจริงที่ผลสำเร็จในงานเดิม จะพอชี้วัดได้ว่าเขามีศักยภาพที่พร้อมจะประสบความสำเร็จ หรืออย่างน้อยก็เพื่อนๆ ยอมรับ)
6. เข้ากับทีมงานของเราได้ (หากเราชวนเขามาได้ แล้วทีมเราแตกแยก จะมีประโยชน์อะไรคะ)
7. ต้องมีเวลาในการทำงาน (บางคนอยากได้นู่นอยากได้นี่ แต่ไม่มีเวลา ไม่สามารถเจียดเวลามาคุยงาน มาประชุมงานกันได้ ก็คงเป็นไปไม่ได้ที่จะสำเร็จเช่นกัน)
8. มีจิตใจที่อยากทำประโยชน์ให้กับคนอื่น (คนบางคนมีคุณสมบัติ ชอบบริการโดยจิตวิญญาณ เขามักจะอาสาช่วยเหลือคนนู้น คนนี้อยู่เรื่อยๆ คุณสมบัตินี้แหละค่ะที่เรามองหา และประเมินค่าได้เลยว่าเขาสำเร็จไปแล้วมากกว่า 35%)
9. มีอำนาจในการตัดสินใจ เลือกทำหรือไม่ทำอะไรต่างๆ ได้ด้วยตนเอง
หากไม่มีคุณสมบัติเหล่านี้เลยแม้แต่ข้อเดียว โอกาสสำเร็จของเขาแทบไม่มีเหลือในธุรกิจนี้ หากจะแนะนำธุรกิจกับเขากรุณา อย่า!!ไปใช้เวลาอย่างเอาเป็นเอาตายเพื่อจะสร้างเขาให้เกิด เพราะสิ่งที่จะเกิดก็คือ เราเองจะตายจากธุรกิจนี้ไปพร้อมกับเขา อยากสำเร็จต้องทำงานอย่างชาญฉลาด มีการวัดค่าประเมินค่าก่อนลงมือทำค่ะ
หมวด : บทความวิชาการ
ได้รับฟังเรื่องต่อไปนี้มาจากเพื่อนร่วมธุรกิจเครือข่ายรุ่นพี่ พี่บังกริหยา ดาราไกร ซึ่งน่าเสียดายที่ดิฉันมีโอกาสได้สัมผัสตัวตนของพี่ผู้นี้เพียงเล็กน้อย และเพิ่งจะมาเห็นความมุ่งมั่น ความเข้มแข็ง ความอดทน ความเป็นผู้นำของท่านผู้นี้จากวิดีโอซีดีที่ได้บรรยายไว้ เมื่อเขาล่วงลับไปแล้ว และขอแสดงความชื่นชม และขอยกคำคมบางตอนที่ท่านได้กล่าวไว้มาให้ทุกท่านได้อ่านและรับประโยชน์ไปด้วยกันค่ะ (ข้อความมีการดัดแปลงเล็กน้อยนะคะ เพื่อให้ท่านได้อรรถรสในการอ่าน เทียบเท่ากับการดูวิดีโอมาตั้งแต่ต้นค่ะ)
เมื่อท่านตัดสินใจก้าวเข้าสู่ธุรกิจเครือข่าย ให้ท่านรับรู้ไว้ว่า ภายในอีกไม่กี่วัน เมื่อท่านแนะนำธุรกิจให้กับคนอื่น ท่านก็จะมีสถานะภาพเป็น "ผู้นำ" ในการเป็นผู้นำนั้น ท่านมีโอกาสบาดเจ็บ (ทำงานผิดพลาดแล้วมานั่งเสียใจ ท้อแท้ โทษตัวเอง โทษองค์ประกอบอื่นๆ ฯลฯ) แต่ท่านไม่สามารถท้อถอย เพราะท่านต้องเรียนรู้และรับผิดชอบในความสำเร็จของทีมงาน และขอฝากคำกลอนไว้ว่า...
ผู้นำดี ผู้ตามดี ต้องดีแน่
ผู้นำดี ผู้ตามแย่ พอแก้ไข
ผู้ตามแย่ ผู้นำดี มีทางไป
แต่ถ้าผู้นำไม่เอาไหน ... (แอ่นแอ้น..น) บรรลัยเอย
ขอให้ความดีที่พี่บังกริหยาได้กระทำมาแล้วนั้น นำให้พี่บังไปสู่สุคติภพด้วยเทอญฯ สาธุ
เมื่อทุกๆชีวิต ต่างดิ้นรนค้นคว้าหาสิ่งที่เหมาะสมกับตัวเอง และบ่อยครั้งที่พบว่า เพื่อให้ได้บางอย่างมา ก็ต้องเสียบางอย่างไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งสามสิ่งสำคัญ ก็คือ เงิน , เวลา และสุขภาพ เพราะบางครั้งการได้มาซึ่งเงินทองมากมาย ก็อาจต้องเสียเวลา และเสียสุขภาพ หรือบางครั้งการได้มาซึ่งสุขภาพดีก็ต้องใช้เงินจำนวนหนึ่งเพื่อแลกมาซึ่งอาหารที่ถูกสุขลักษณะ เครื่องใช้ไม้สอยที่จะมาช่วยปกป้องคุณและคนที่คุณรักให้ห่างจากมลภาวะต่างๆ คำถามก็คือ
ถ้าหากคุณเลือกได้คุณจะเลือกอย่างไหน ระหว่าง ....
1.การมีชีวิตที่ดีขึ้น หรือว่า
2.การมีชีวิตแบบเดิมๆ หรือไม่ก็แย่ลง
ไม่ว่าคุณจะตอบข้อไหนจากสองข้อนี้ คุณคิดว่า...ใคร? จะเป็นคนทำให้เป็นอย่างที่คุณต้องการได้ดีที่สุดระหว่าง "คนอื่น" กับ "ตัวคุณเอง"
จะเห็นได้ว่าหากคุณต้องการเป็นผู้กำหนดให้ชีวิตคุณต่อจากนี้ไปให้เป็นไปในทางที่ดีขึ้นคุณจำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงบางสิ่งบางอย่าง เพราะ...
หากคุณยังใช้ชีวิตแบบเดิมๆ อนาคตของคุณก็ต้องเป็นแบบเดิมอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
จริงไหมคะ จะเห็นได้ว่าความจริงแล้วทุกชีวิตมีทางเลือกไม่มากก็น้อย แต่หากคุณยังไม่มีทางเลือกที่ดี โทรหาเบสิคะ บางทีคุณอาจได้มุมมองใหม่ หรืออย่างน้อยก็ได้เพื่อนใหม่ค่ะ
สังคมแบบเดิมๆ อาจฉุดรั้งคุณให้อยู่ที่เดิม
จริงหรือไม่ที่บ่อยครั้งที่คุณพบโอกาสใหม่มาจากการสนทนากับคนที่คุณไม่รู้จัก
หมวด : บทความวิชาการ
ไม่น่าเชื่อว่าจะมีขึ้นแล้วในโลกค่ะ ที่ www.picturetrail.com คุณสามารถ "เสก" (ต้องใช้คำว่าเสกจริงๆ) ภาพนิ่งที่คุณมีอยู่ ไม่ว่าจะเป็นภาพคนรัก ภาพบ้าน ภาพรถ ภาพความสำเร็จต่างๆของคุณ รวมไปถึงภาพหมูหมากาไก่ที่สะสมไว้ นำมาทำเป็นภาพนิ่งที่ดูมีชีวิตชีวาได้ที่นี่ได้เลยค่ะ ลองดูข้างล่างนี้สิคะ แล้วคุณก็จะเป็นคนหนึ่งที่อยากไปเยี่ยมเว็บไซต์ของเค้า ต้องยกนิ้วให้เลยจริงๆ Picturetrail นายแน่มาก.!!!
